ด้ชัดว่านางคิดไม่ถึงเลยว่าเรื่องราวจะเป็นเช่นนี้
“เจ้ารู้ได้อย่างไร? ในเมื่อเจ้ารู้ความจริงทั้งหมด แล้วเหตุใดจึงไม่รายงานฝ่าบาทเล่า?”
จูเจียจิงยกมือขึ้นปิดใบหน้าเปื้อนน้ำตาของตนเอง ก่อนจะคร่ำครวญด้วยน้ำเสียงเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส
“ข้าน้อยเป็นเพียงคนไร้อำนาจ เช่นนั้นจะกล้าต่อกรกับพวกเขาได้อย่างไร ข้าน้อยอยากขอร้องให้จวิ้นจู่ทวงคืนความยุติธรรมกลับคืนมา อย่าปล่อยให้คนไร้ยางอายเช่นนั้นทำลายความยุติธรรมไ ได้ขอรับ!”
ราวกับคำพูดนี้หลุดออกจากความเคียดแค้นที่ฝังลึกในกระดูก สีหน้าของหลินเมิ้งหยาอ่อนโยนขึ้นมาก
“เจ้าลุกขึ้นก่อนเถิด ในเมื่อเจ้าเป็นคนของเฉินเปี่ยวเกอ เช่นนั้นพวกเราก็มิใช่คนอื่นคนไกล ตลอดหลายปีมานี้ลำบากเจ้าแล้ว”
หลินเมิ้งหยายื่นมือทั้งสองข้างเข้าไปประคองจูเจียจิง
ทว่าอีกฝ่ายกลับปฏิเสธอยู่สองครั้ง ก่อนจะลุกขึ้น
ขอบตาทั้งสองข้างแดงก่ำ เพียงมองปราดเดียวก็รู้ว่าเขาเพิ่งร้องไห้มา
“ในเมื่อเจ้าบอกความจริงแก่ข้าแล้ว เช่นนั้นข้าจะไม่ปล่อยให้ความจริงหลุดลอยไป เจ้าจงกลับไปจับตามองจูฉีหยุนและปกป้องท่านอ๋องอวี้ด้วย อีกเดี๋ยวหากกลับไปแล้วข้าจะส่งจดหมายหาเฉ