้นคงมิอาจช่วยเขาเอาไว้ได้
พยายามพันแผลให้เขา ไม่เพียงเหนื่อยแทบขาดใจ แต่กว่านางจะทำแผลเสร็จ ท้องฟ้าก็สว่างแล้ว
หอบหายใจหนัก เหงื่อผุดเต็มหน้าผาก
พวกสาวใช้ที่เตรียมเข้ามาปรนนิบัติหลินเมิ้งหยาล้วนถูกไล่ออกไปจนหมด
หรี่ตาลง ก่อนจะนั่งสัปหงกบนเก้าอี้
ในที่สุดก็เกิดการเคลื่อนไหวขึ้นบนเตียง
ดวงตาแดงก่ำ ทว่าขอบตาดำคล้ำของหลินเมิ้งหยาเบิกกว้างแล้วจ้องมองชายที่กำลังขยับตัวอยู่บนเตียง
“อึก...”
เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น แม้ยารักษาบาดแผลของท่านอาจารย์จะสามารถทำให้คนตายฟื้นขึ้นมาได้ แต่ฤทธิ์ของยารุนแรงมากเสียจนไม่น่าอภิรมย์
โดยเฉพาะบาดแผลที่ถูกอาบด้วยยาพิษเช่นนี้ รับรองว่าความเจ็บปวดจะต้องทวีคูณอย่างแน่นอน
ขณะเดียวกันหลิงเย่ส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดที่ยากจะรับไหว
“อย่าขยับ หากต้องการสิ่งใดจงบอกข้า กว่าจะทำให้เลือดของเจ้าหยุดไหลได้ไม่ง่ายเลย อย่าทำให้แผลเปิดอีก”
แม้หลิงเย่จะรู้สึกเจ็บปวดจนอยากตาย แต่เมื่อได้ยินน้ำเสียงอ่อนโยนของหลินเมิ้งหยา การกระทำของเขาจึงหยุดลง
ครู่ต่อมาจึงยกมือขึ้นลูบใบหน้าของตนเอง แต่เมื่อสัมผัสผิวเนื้อที่แตกต่างไปจากเดิม เขาจึงแสดงอาการกระวนกระวายขึ้นมา
แต่ถึงกระนั