้นก็เพียงครู่เดียวเท่านั้น
“ข้าเข้าใจได้ พวกคนมีอำนาจส่วนใหญ่มักเลี้ยงดูคนที่หน้าตาท่าทางคล้ายกันเอาไว้ หนึ่งเพื่อเป็นตัวแทนของตัวเอง สองเพื่อลดปัญหายุ่งยาก”
หลินเมิ้งหยาเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาก่อน ดังนั้นความอึดอัดจึงมลายหายไป
หลังจากได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขา หลินเมิ้งหยาก็เข้าใจแล้วว่าเพราะเหตุใดเมื่อก่อนชิงหูจึงมักเรียกเขาว่าเจ้าหน้าอัมพาต
หากใบหน้าของคนที่ต้องสวมใส่หน้ากากหนังเป็นเวลานานไม่เป็นอัมพาตก็คงแปลก
“ทูลจวิ้นจู่ ผู้อาวุโสแห่งหอป๋ายเฉาส่งชุดทางการมาให้พระองค์และท่านอ๋อง เชิญพระองค์ลองชุดสักหน่อย หากไม่พอดี หนู่ฉายจะสั่งให้ไปแก้พ่ะย่ะค่ะ”
เสียงของอวี้อันดังขึ้นจากนอกประตู
หัวคิ้วของหลินเมิ้งหยาขมวดมุ่น นางเพิ่งจำได้ว่าหลงเทียนอวี้ต้องไปร่วมงานการแข่งขันด้วยกันกับนาง
แต่ตอนนี้อีกฝ่ายเป็นใครนางยังไม่รู้ นอกเสียจากว่าพวกเขาจะเป็นฝ่ายปล่อยตัวหลงเทียนอวี้ออกมาก่อน มิเช่นนั้นคงไม่ทันการ
อยู่ๆ สายตาก็หยุดลงที่ร่างของหลิงเย่
ถอนหายใจ ดูเหมือนต้องใช้วิธีลอบเปลี่ยนคานเป็นเสาเสียแล้ว
“เอาเข้ามาเถิด ท่านอ๋องยังไม่ตื่น เจ้าวางไว้ที่หน้าประตูก็พอ”
หลิงเย่เงยหน้ามองพระชายาด้วยความสงสัย