เด็กสาวชื่อว่าหมิ่นเอ๋อร์รีบยกน้ำชาพร้อมถ้วยสี่ใบเข้ามา
กลิ่นชาหอมกรุ่น เพียงได้กลิ่นก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นชาชั้นดี ทว่าหลินเมิ้งหยาที่ได้กลิ่นกลับหยุดชะงัก
มุมปากยกสูง สายตาจับจ้องฟางกูนิ่ง
“ชานี้เป็นชาดี แต่ชงไม่ถูกวิธี”
เมื่อเห็นหลินเมิ้งหยาไม่ดื่ม คนอื่นอีกสองคนก็มิกล้าดื่มเข้าไป
ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาได้ยินคำพูดของหลินเมิ้งหยาอย่างชัดเจน
“โอ้? คุณชายยังไม่ทันได้ดื่ม เช่นนั้นรู้ได้อย่างไรว่าเป็นชาดีเล่า?”
ฟางกูไม่เอ่ยปฏิเสธ แต่กลับยกชาตรงหน้าขึ้นจิบด้วยท่วงท่าสง่างาม
“ชาบางอย่างแม้ไม่ดื่มก็รู้ว่ากลิ่นชาไม่ถูกต้อง ชาของเจ้าใช้น้ำร้อนเดือดจัดลวกจนกลายเป็นสีน้ำตาลเข้ม ดังนั้นรสชาติจึงขมฝาดยิ่งนัก เช่นนั้นจะหลงเหลือรสชาติดั้งเดิมได้อย่างไร ด้วยเหตุนี้ข้าจึงบอกว่าชานี้ชงผิดวิธี”
หลินเมิ้งหยาค่อยๆ เปิดฝาถ้วยชา ผลปรากฏว่าทุกอย่างเป็นไปตามคำพูดของนาง
จั่วชิวอวี้และอวี้อันหันหน้าสบตากัน เอ๋? หรือจะชงผิดวิธีจริงๆ?
“นั่นสิ ชานี้มิควรจะชงเช่นนี้ แต่ถึงแม้จะไม่มีกลิ่นชา ทว่าบางทีอาจจะอร่อยกว่าเดิมก็ได้ คุณชายมิลองดูหน่อยหรือ?”
ฟางกูยังคงจ้องหลินเมิ้งหยาอย่างไม่ทุกข์ร้อน ทว่าอีกฝ่ายกลับแค่นหัวเราะเสียงเย็น
ดวงตาของ