ะหาทางหนีทีไล่ให้กับพวกเราแล้ว พี่น้องคนอื่นๆ ตอนนี้แต่งงานออกเรือนกันหมดแล้วเจ้าค่ะ มีเพียงหนู่ปี้เท่านั้นที่ยังมิได้ออกเรือน ตลอดหลายปีที่ผ่านมาหนู่ปี้ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงเก่าเพราะหวังว่าสักวันหนึ่งจะได้พบหน้าจ่างจู่อีกสักครั้ง ตอนนั้นพวกนางในที่ได้ถวายตัวเข้าวังล้วนมีเอกสารการบันทึกข้อมูลเอาไว้เป็นหลักฐาน หนู่ปี้จะรีบไปนำมันมาเดี๋ยวนี้ จวิ้นจู่วางพระทัยเถิดเพคะ”
พูดจบ ฟางกูก็หมุนตัวเข้าไปในเรือนทางด้านหลังเพื่อค้นหาหลักฐาน
ส่วนหมิ่นเอ๋อร์ที่กำลังถือถ้วยชาส่งยิ้มน้อยๆ ให้พวกเขาทั้งสาม
ชาปกติดี ตอนนี้หลินเมิ้งหยากำลังกระวนกระวายใจ เช่นนั้นจิบชาสักคำหนึ่งก็คงดี
เรื่องในคราวนี้บังเอิญเสียจนนางตั้งตัวไม่ทันแล้ว
“แม่นางคนนี้ ข้าขอถามสักหน่อยเถิด ปกติแล้วเจ้านายของเจ้าเป็นคนเช่นไร?”
หลินเมิ้งหยากระซิบถามหมิ่นเอ๋อร์เพื่อเก็บข้อมูล
ใช่ว่านางไม่เชื่อ แต่เพราะเหตุการณ์พลิกผันรวดเร็วเกินไป
“ทูลจวิ้นจู่ ปกติแล้วนายหญิงเป็นคนเงียบขรึมเจ้าค่ะ หนู่ปี้ติดตามนายหญิงมาตั้งแต่เด็ก แต่กลับไม่เคยเห็นนางมีท่าทางดีอกดีใจเช่นนี้มาก่อนเลยบางทีอาจเพราะนายหญิงของข้าและจ่างจู่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกระมัง”
หลินเมิ้งหยา