้เวลาจะล่วงเลยมานานหลายปีแล้ว แต่หนู่ปี้ยังคงเก็บมันเอาไว้ข้างกายตลอด ในที่สุดวันนี้จวิ้นจู่ก็กลับมาแล้ว หนู่ปี้…หนู่ปี้ดีใจจนไม่รู้จะกล่าวคำใดเลยเจ้าค่ะ”
ท่าทีเย็นชาของฟางกูเปลี่ยนไป นางมองหลินเมิ้งหยาด้วยความปีติยินดี
สมองอันชาญฉลาดของหลินเมิ้งหยารู้สึกสับสนเล็กน้อย
นางรับปิ่นปักผมลายดอกเหมยมาจากฟางกู หลินเมิ้งหยามองให้ละเอียดก่อนจะพบว่าลวดลายดอกเหมยของปิ่นอันนี้เหมือนกับตราสัญลักษณ์ที่เอวของนางไม่มีผิดเพี้ยน
แต่เพราะเหตุใดจึงบังเอิญเช่นนี้ เหตุใดนางจึงบังเอิญเลือกโรงบ่อนที่มีคนเก่าแก่ของท่านแม่อยู่ที่นี่เล่า?
หรือจะเป็นความประสงค์ของท่านแม่กันนะ?
“เจ้าบอกว่าเจ้าเคยรับใช้จ่างจู่ เช่นนั้นเจ้ามีหลักฐานหรือไม่?”
เมื่อเป็นเรื่องของมารดา หลินเมิ้งหยารู้สึกทำอะไรไม่ถูก
ผิดกับจั่วชิวอวี้ที่ยังคงมีท่าทางสงบนิ่ง
หลังจากความตื้นตันใจผ่านพ้นไป ฟางกูรีบเช็ดน้ำตา นางเพิ่งรู้ตัวว่าตนเองบุ่มบ่ามเกินไปแล้ว
แต่เพราะได้เจอลูกสาวของเจ้านายเก่า เช่นนั้นจะมิให้นางตื่นเต้นดีใจได้อย่างไร?
รีบยันตัวลุกขึ้นจากพื้น ก่อนจะเอ่ย
“หนู่ปี้ดีใจเกินไป จวิ้นจู่เห็นเรื่องน่าขันเข้าให้แล้ว ตอนนั้นจ่างจู่พาพวกเราออกจากพระราชวังแล