ล้วนมีรับรู้การมีอยู่ของข้า ฉะนั้นข้าจึงได้รับอนุญาตจากเปี่ยวเกอเพื่อไปกราบไหว้บรรพบุรุษ ไม่รู้ ว่าใต้เท้าพึงพอใจในคำตอบนี้หรือไม่?”
แม้หลินเมิ้งหยาจะไม่มีโทสะ แต่ถึงกระนั้นก็อดที่จะตอกกลับคำถามหยั่งเชิงของหลิวซวนไม่ได้
บุรุษฉลาดเฉลียวมั่นใจในตัวเองสูงเช่นนี้ย่อมมองคนทั้งโลกเป็นคนเลว
แม้หอป๋ายเฉาจะมีความสำคัญมาก แต่นางกับหลงเทียนอวี้มิได้โง่เขลาถึงขั้นต้องการใช้โอกาสนี้ในการทำลายเมืองหลินเทียน
กอปรกับความสัมพันธ์ระหว่างตนเองและญาติผู้พี่ที่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันแล้ว สำหรับต้าจิ้นย่อมเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกัน
สายตาทอดมองยังใบหน้าของหลงเทียนอวี้ ความรู้สึกผิดพลันบังเกิดขึ้นในใจ
หลงเทียนอวี้เป็นคนหยิ่งทะนง หากมิใช่เพราะนาง เกรงว่าเขาคงไม่เสียเวลากับเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้
บรรยากาศเริ่มอึดอัด
แม้แต่หลิวซวนเองก็คาดไม่ถึงเลยว่าอันเล่อจวิ้นจู่ที่เอื้อนเอ่ยวาจาอ้อมค้อมอ่อนหวานจะพูดตรงไปตรงมาเช่นนี้
หลิวซวนยกชาขึ้นจิบ หัวใจเหยียดยิ้มขมขื่น
เพราะเหตุนี้จั่วชิวอวี้จึงบอกว่าห้ามมิให้ทำให้ญาติผู้น้องของเขาขุ่นเคืองใจเป็นอันขาด
ดูท่าแล้ว…สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น