ซ่าวเอาไว้แน่น แต่กลับพูดไม่ออกแม้แต่ครึ่งคำ
“อย่า…อย่าเสียใจ รีบ…รีบหนีไป…”
ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วทั้งร่าง โลหิตสีชาดไหลพุ่งราวกับต้องการจะพรากลมหายใจของนางได้ทุกเวลา
นางเจ็บปวดเหลือเกิน ทั้งที่รู้ตัวอยู่แล้วว่าไม่มีทางรอด แต่ถึงกระนั้นนางก็ยังเป็นห่วงเจ้านายของตนเอง
“ข้าช่วยเจ้าได้! ข้าจะช่วยเจ้า! ป๋ายซ่าว เจ้าอดทนเอาไว้ได้ยินหรือไม่! ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าตาย!”
พยายามบังคับตัวเองให้เข้มแข็ง นางจะต้องสงบนิ่ง
แต่กลิ่นคาวเลือดทำให้นางทำอะไรไม่ถูก
“นางใกล้จะตายเต็มทีแล้ว เจ้ายังไม่รีบหนีอีกหรือ?”
เสียงเยียบเย็นดังขึ้นกระทบหูของหลินเมิ้งหยา
ความปวดร้าวทรมานและโกรธเกรี้ยวทำให้หลินเมิ้งละทิ้งความหวาดกลัวของตนเอง
ตวัดสายตาจ้องฆาตกรตรงหน้าอย่างมิกลัวเกรง
“พวกเจ้าอยากจับข้ามิใช่หรือ? เข้ามาสิ ข้าอยู่ที่นี่แล้วอย่างไรเล่า! จวนอ๋องชิ่งกระนั้นหรือ? วันนี้เจ้าทำร้ายคนของข้า สักวันหนึ่งข้าจะกวาดล้างตระกูลของเจ้า!”
ใบหน้าของนางบิดเบี้ยว น้ำเสียงเยียบเย็นดุจน้ำแข็ง
เสียงตะคอกของนางเสมือนดังขึ้นมาจากนรก แม้แต่คุณชายรองผู้มีความสุขุมอยู่เสมอยังอดที่จะหวั่นเกรงมิได้
ขณะเดียวกันเขาเข้าใจความหมายของนางในทันใด
เขาผงะ ก่อน