ี้เอาไว้อยู่แล้ว
“เกรงว่าคงมิได้ทำขึ้นเพื่อหยุดยั้งข้าเพียงคนเดียวกระมัง พูดออกมา ยังมีใครที่พวกเจ้ารั้งเอาไว้อีก”
เหงื่อผุดเต็มหน้าผากจั่วหยวนอี สุดท้ายเขาก็ละล่ำละลักเล่าสิ่งที่ตนเองรู้ออกมาจนหมด
“ขอเพียงเป็นฝ่ายฮ่องเต้พระองค์ใหม่ ทุกคนต้องถูกหยุดยั้งเอาไว้ บิดาของข้าจับกุมคนของฮ่องเต้ในจวนอวี้หลงไปหมดแล้ว แต่ถึงกระนั้นก็ยังมิได้สังหารพวกเขา ขอเพียงพวกเขาปร ริปากเรื่องหอป๋ายเฉา พวกเราจะรีบปล่อยพวกเขาไปในทันที”
แปลกเหลือเกิน คนฝ่ายฮ่องเต้ที่อยู่นอกจวนล้วนถูกยับยั้งมิให้เดินทาง ส่วนคนที่อยู่ภายในล้วนถูกคุมขัง
เรื่องนี้ถูกปกปิดเอาไว้อย่างมิดชิด ไม่ต้องถามก็รู้ว่านี่เป็นกลอุบายที่ใช้ในการต่อต้านเฉินเปี่ยวเกอ
ทว่าการคุมขังขุนนางในราชสำนักเอาไว้มิต่างอันใดจากการที่ฮ่องเต้กำลังถูกฉีกหน้า
หรืออ๋องชิ่งจะกุมสิ่งใดเอาไว้จึงมั่นใจว่าฮ่องเต้จะไม่มีทางคิดบัญชีย้อนหลังกับเขา?
หลินเมิ้งหยารู้สึกว่าเรื่องนี้จะต้องไม่ง่ายอย่างที่คิด
“บิดาของเจ้ามีกลอุบายอันใด? พูดออกมาว่าเขาต้องการอะไรกันแน่?”
คราวนี้หลินเมิ้งหยาเชิดหน้ามองจั่วหยวนอี แต่แม้เขา