นตัวออกไป
ท่าทางจะรับมือยากเอาการ หลินเมิ้งหยาตรึกตรอง ก่อนจะหมุนตัวกลับไปปรึกษาหลงเทียนอวี้และจั่วชิวอวี้
“กลัวอะไรเล่า พวกเราแอบหนีออกไปก็พอแล้ว”
จั่วชิวอวี้ไม่รู้สึกหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
หลงเทียนอวี้ไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงเข้ม
“ไม่ได้ หากพวกเราแอบหนีออกไปแล้วล่ะก็ เช่นนั้นยังไม่ทันจะออกจากประตูเมืองก็คงถูกพบตัวแล้ว เมื่อถึงเวลานั้นพวกเขาจะสามารถจับพวกเราได้อย่างง่ายดาย”
หลงเทียนอวี้และหลินเมิ้งหยาคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกัน หากพวกเขาอ้อมไปอีกทาง เช่นนั้นคงไปไม่ทันการแข่งขัน
“พวกเจ้าคงมิได้กำลังคิดใช้ประโยชน์จากเจ้านี่ใช่หรือไม่? ตอนนี้มีคนมาแล้ว หากเขาโวยวายขึ้นมา เกรงว่าเรื่องจะยุ่งยากขึ้นกว่าเดิมแล้ว”
จั่วชิวอวี้กลับไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้
“อวี้เปี่ยวเกอ เจ้ารู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างจั่วหยวนอีกับน้องชายของเขาหรือไม่?”
หลินเมิ้งหยาคิดแผนการหนึ่งได้จึงเอ่ยถาม
“คือ…ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าเขาพี่น้อง อ้อ จริงสิ ได้ยินมาว่าอ๋องชิ่งรับอุปการะคุณชายรองคนนี้ เขาเป็นคนมีความสามารถมาก ซ้ำยังมีพรสวรรค์โดดเด่น”
คำพูดของจั่วชิวอวี้ทำให้หลินเมิ้งหยาจับเรื่องราวสำคัญบางอย่างได้
เรื่องนี้