ลงเทียนอวี้ชอบท่าทางซุกซนของนางเช่นนี้ยิ่งนัก ถึงอย่างไรตัวของนางก็ไม่หนักเลยแม้แต่น้อย ดังนั้นเขาจึงยินยอมอุ้มนางอยู่อย่างนี้
“เขาเป็นเพียงลูกน้องตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ดังนั้นจึงรู้อะไรไม่มาก?”
หลงเทียนอวี้ไม่มีวันยอมปล่อยโอกาสอันดีเช่นนี้ไปง่ายๆ
ชายคนนั้นได้เผชิญหน้ากับชะตาชีวิตที่มืดมนที่สุดในชีวิตของเขาไปแล้ว
ยังไม่ทันที่หลงเทียนอวี้จะลงมือ ชายคนนั้นก็คายสิ่งที่ตัวเองรู้ออกมาจนหมด
“หม่อมฉันเดาเอาไว้แล้วว่าจะต้องเป็นเช่นนี้ แต่เขาไม่พูดสิ่งใดที่เป็นประโยชน์เลยหรือ? พระองค์แน่ใจนะเพคะ?”
หลินเมิ้งหยายังคงไม่เชื่อ ดวงตาเบิกกว้างจ้องหลงเทียนอวี้เขม็ง แววตาเปี่ยมไปด้วยความฉงนสงสัย ดูเหมือนเขาจะปิดบังความลับกับหลินเมิ้งหยาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
“เขามิได้พูดความลับอะไรออกมา แต่มีเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับเจ้า”
“เกี่ยวกับหม่อมฉัน? เรื่องอะไรหรือเพคะ?”
หลงเทียนอวี้วางร่างของนางลงบนเก้าอี้อย่างเบามือ ก่อนจะยืดตัวแล้วเอ่ย
“คนปริศนาผู้นั้นบอกกับทุกคนเอาไว้ว่าพวกเขารู้ความลับของเจ้าหมดแล้ว ซ้ำยังบอกอีกว่าเมื่อถึงเวลาจะมีคนเข้าไปแทนที่ตำแหน่งของเจ้า ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังมีหลักฐานที่เป็นสิ่งของบ่งบอกอีกด