างจะมีความคิดที่ลึกซึ้งกว่านั้น
“ข้าเห็นว่าในเมืองหลวงว่างเทียนมีของหลายอย่างที่ต้าจิ้นของเรายังไม่มีหรือไม่ราคาก็แพงเกินไป แต่ที่นี่กลับเป็นของใช้ทั่วไป ซ้ำราคายังถูก อย่างเช่นยาสมุนไพร อาหารและผลไ ไม้เจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าจึงคิดว่าพวกเรารับของจากเมืองหลินเทียนส่งไปขายที่ต้าจิ้นดีหรือไม่?”
ความคิดของป๋ายซ่าวใสซื่อจนเกินไป หากสิ่งของสามารถส่งไปขายได้ง่ายๆ เช่นนั้นป่านนี้พ่อค้าของทั้งสองแคว้นคงร่ำรวยไปแล้ว
ทว่าหลินเมิ้งหยามิได้เอ่ยขัดนาง แต่กลับส่งสายตาให้นางพูดต่อ
ป๋ายซ่าวจึงเริ่มเล่าด้วยท่าทางขวยเขินเล็กน้อย เมื่อเห็นสายตาสนใจของนายหญิง นางรู้สึกราวกับถูกตบรางวัลอย่างไรอย่างนั้น ดังนั้นจึงอธิบายต่อ
“ข้าลองถามพวกพ่อค้าจากขบวนพ่อค้าแล้ว อันที่จริงพวกเขาเองก็อยากขนสินค้าเหล่านี้กลับไป แต่เพราะติดเรื่องกำแพงภาษีระหว่างแคว้น โดยเฉพาะเมื่อจ่ายค่าภาษีระหว่างแดนแล้ว กำไร รที่เหลืออยู่ก็มีไม่มาก ยกตัวอย่างเช่นข้าวหอมมะลิของเมืองหลินเทียน หากรับซื้อข้าวในเมืองหลินเทียน เช่นนั้นต้องจ่ายค่าภาษีท้องถิ่น