งหลงเทียนอวี้
เลิกคิ้วขึ้นสูง แต่ป๋ายซ่าวกลับไม่คิดมาก
เอื้อมมือไปแหวกผ้าห่มของหลินเมิ้งหยา แต่กลับได้เห็นใบหน้านิ่วคิ้วขมวดของนาง ราวกับคนที่นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ
“นายหญิง นายหญิง ตื่นเถิดเจ้าค่ะ อีกเดี๋ยวพวกเราจะต้องออกเดินทางกันแล้ว”
ร้องเรียกเบาๆ ก่อนจะยื่นมือเข้าไปเขย่าแขนของนาง
ไม่นานหลินเมิ้งหยาที่กำลังหลับตาก็ตื่นขึ้น
บางทีอาจเพราะเมื่อคืนนอนหลับไม่เพียงพอ ดังนั้นดวงตาจึงรู้สึกอ่อนล้า
“ท่านอ๋องเล่า?”
สายตาเหลือบมองพื้น แต่กลับไม่พบร่างของหลงเทียนอวี้ ทว่าสุดท้ายแล้วนางก็เข้าใจ
ป๋ายซ่าวพยักหน้าลง ก่อนจะหยิบชุดของหลินเมิ้งหยาออกมาให้นางสวมใส่
ชุดกระโปรงสีแดงจัด แม้จะไม่มีลวดลาย แต่เนื้อผ้ากลับเบาสบายยิ่งนัก
เส้นผมถูกเกล้ายกขึ้น ปักเพียงปิ่นระย้าลายดอกโบตั๋น นอกนั้นคือดอกไม้แปลกตาของเมืองหลินเทียน
เมื่อเทียบกับชุดหรูหราที่มักใส่อยู่เป็นประจำ วันนี้หลินเมิ้งหยาดูสดชื่นและมีชีวิตชีวิตกว่ามาก
นี่คือสิ่งที่จั่วชิวอวี้คิด ….
เหตุเพราะทั้งสามมีฐานะแตกต่างกัน หากต้องตั้งขบวนออกเดินทางคงยุ่งยากไม่น้อย
ยิ่งไปกว่านั้นพวกขุนนางมิคุ้นหน้าเขา เช่นนั้นสู้ปิดบังฐานะของตนเองเพื่อหลบหูตาของผู้อื่นจะ