นติดตามนางไป แต่นางหลบหลีกไปได้ ข้ามั่นใจว่าคนพวกนี้จะต้องเกี่ยวข้องกับน้องสาวของเจ้าอย่างแน่นอน หากเจ้าคิดจะหาพยาน เช่นนั้นข้าจะเป็นพยานให้เจ้า”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ หงอวี้รู้แล้วว่าเรื่องราวทั้งหมดมิต่างจากแผ่นไม้ที่ถูกตอกตะปู
ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้อีกแล้ว
ความรู้สึกเจ็บปวดเสียใจเหือดหายไปหมดแล้ว แม้นางและซู่เหมยจะมีสายเลือดเดียวกัน แต่เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว โลหิตที่เคยอุ่นในกายนางพลันเย็นเฉียบ
ตอนแรกนางคิดว่าตนเองได้ครอบครัวกลับมาแล้ว ไฉนเลยจะเป็นเพียงศัตรูเท่านั้น
“ไม่จำเป็นเพคะ ต่อให้เค้นเอาความผิดจากนาง นางก็คงไม่ยอมรับ ยิ่งไปกว่านั้นท่านมิจำเป็นต้องช่วยข้าออกไป ชั่วชีวิตนี้ของข้าติดค้างคนอยู่เพียงผู้เดียวนั่นก็คือท่าน ข้าจะอย ยู่รับกรรมของข้าที่นี่”
หลินเมิ้งหยาคิดไม่ถึงเลยว่าหงอวี้จะคิดเช่นนี้
ดูเหมือนนางจะประเมินหงอวี้ต่ำไป
ตรึกตรองอยู่ครู่หนึ่ง หรือหงอวี้จะรู้เรื่องอะไรเข้า?
“เพราะอะไร? ที่นี่อันตรายมาก ยิ่งไปกว่านั้นข้าเคยบอกแล้วว่าเจ้ามิได้ติดหนี้อันใดข้าอีกแล้ว บุญคุณและความแค้นของพวกเราไม่มีเหลืออยู่แล้ว หากเจ้ารู้สึกผิดต