เรื่องของซู่เหมยจบไปแล้ว หากนางยังอาศัยอยู่ที่นี่อย่างไร้ยางอาย เช่นนั้นคงไม่เหมาะสม
แม้จะรู้สึกผิดต่อหลินเมิ้งหยา แต่อย่างน้อยก่อนจะจากไปนางก็อยากพบหลินเมิ้งหยาอีกสักครั้ง
นางไม่อยากร้องขอสิ่งใดนอกจากการไว้ชีวิตซู่เหมย
สุดท้ายแล้วนางเองก็เห็นแก่ตัวเพราะคิดถึงแต่ประโยชน์สุขของน้องสาว
ทว่าบนความเห็นแก่ตัวนั้นแบกรับความขมขื่นเอาไว้มากมาย มีเพียงนางเท่านั้นที่จะสามารถชดใช้สิ่งเหล่านี้ได้
หงอวี้เดินตามหลังป๋ายซ่าว นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้เดินเข้ามายังลานส่วนกลางของจวนเซิ่นจวิ้นอ๋อง
ครั้งยังอยู่ที่หุยชุนฟาง นางเห็นสิ่งของหรูหรามากมาย แต่บรรยากาศเข้มงวดดั่งเช่นจวนอ๋องไม่เหมาะสมกับนางที่เป็นเพียงราษฎรระดับล่างเลยแม้แต่น้อย
ด้วยเหตุนี้นางจึงลอบถอนหายใจเบาๆ
ซู่เหมยเอ๋ย สิ่งใดบดบังดวงตาของเจ้ากันหนา เหตุใดนางจึงอยากมีชีวิตเช่นนี้?
“นายหญิง แม่นางหงอวี้มาถึงแล้วเจ้าค่ะ”
เสียงรายงานของป๋ายซ่าวดังขึ้นที่ด้านหน้า ร่างของหงอวี้กระตุกเล็กน้อย
ด้านหลังประตูบานใหญ่ สตรีในชุดสีม่วงลายดอกไม้กำลังนั่งอยู่บนตั่งและเล่นหมากล้อมกับชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลา
ใบหน้างดงามเหมือนภาพวาด ผิวพรรณเนียนละเอียดอิ่มเอิบ ราวกับคำว่