อยู่หลายส่วน
เห็นเพราะเรื่องนี้มิใช่เรื่องเล็ก อีกทั้งยังเกี่ยวข้องกับแว่นแคว้น มีเพียงจั่วชิวอวี้ หลินเมิ้งหยาและหลงเทีย ยนอวี้เท่านั้นที่เขาสามารถเชื่อใจได้
หลินเมิ้งหยาและหลงเทียนอวี้พยักหน้าลง จั่วชิวเฉินและจั่วชิวอวี้จึงเดินจากไป
ภายในจวน สีของท้องฟ้าเข้มขึ้นทีละน้อย ซู่เหมยขนย้ายของส่วนตัวออกมายืนรอด้านนอกแล้ว
ขณะที่จั่วชิวเฉินและจั่วชิวอวี้เดินผ่าน พวกเขาเห็นนางมิต่างจากศพ หางตาไม่แม้แต่จะแลมองนาง
ซู่เหมยเองก็รู้สึกครั่นคร้าม นางมิกล้าเงยหน้ามองพวกเขา
“ท่านอ๋อง พระชายา แม่นางซู่เหมยมาแล้วเจ้าค่ะ”
ป๋ายซ่าวยืนอยู่หน้าประตู ขณะที่เจ้านายพูดคุยปรึกษากัน นางออกไปยืนเฝ้าประตูอยู่ทางด้านหน้า
อาจเพราะท่าทางดุดันของป๋ายซ่าว ดังนั้นซู่เหมยจึงมีความหวั่นเกรงอยู่บ้าง ดังนั้นแม้นางจะมาถึงนานแล้ว แต่ก็มิก กล้าเอ่ยทักท้วงและยืนรออยู่ที่ระเบียงทางเดิน
“อืม เข้าใจแล้ว เจ้าจัดแจงห้องหับให้นางเถิด ตอนกลางคืนให้นางมาเฝ้าระเบียงก็แล้วกัน”
หลินเมิ้งหยาไม่อยากเห็นหน้าสตรีนางนี้ ไม่ว่าในมือซู่เหมยจะถืออาวุธวิเศษอะไรไว้ แต่สิ่งนั้นมิสำคัญกับนาง
เหตุเพราะนางเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ถูกนำมาโยนถามทาง
เหตุที่เก็บ