บนร่างของหลินเมิ้งหยา ผิวขาวนวลเนียนดุจหิมะขับให้นางเปล่งรัศมีสง่างามน่าเกรงขาม
กอปรกับร่างกายที่ยังคงอ่อนแอบอบบางของหลินเมิ้งหยา ดังนั้นนางจึงมิต่างอันใดจากเทพเซียนลงมาจุติยังโลกมนุษย์
เพียงได้เห็นก็รู้สึกถึงความงดงามดั่งภาพจิตรกรรมรังสรรค์
ป๋ายซ่าวตรวจสอบอย่างละเอียด หลังจากมั่นใจแล้วว่าไม่มีสิ่งใดผิดปกติ นางจึงสั่งให้คนนำไปวางไว้บนโต๊ะ
หากหลินเมิ้งหยาตื่นนอนก็พร้อมที่จะสวมใส่ทันที
“เจ้าได้ยินข่าวหรือไม่?”
“ได้ยินแล้ว ช่างเจ้าชู้หลายใจยิ่งนัก พวกผอจื่อซักล้างเล่าว่าแม่นางคนนั้นวิ่งออกจากห้องมาทั้งที่เสื้อผ้ายังใส่ไม่เรียบร้อย”
“จริงหรือ? ผู้หญิงต้าจิ้นใจกล้ายิ่งนัก”
บริเวณระเบียงทางเดิน สาวใช้ด้านนอกสองคนกำลังสุมหัวกันซุบซิบนินทา
หลินเมิ้งหยายังไม่ตื่น หัวคิ้วป๋ายซ่าวขมวดมุ่น นางสาวเท้าออกไป แต่เมื่อนางเดินเข้าไปใกล้ พวกสาวใช้เหล่านั้นพลันปิดปากสนิท
ป๋ายซ่าวรู้ดีว่าใบหน้าของตนดุดันเกินไป ดังนั้นนางจึงทำให้ตัวเองผ่อนคลายมากยิ่งขึ้นแล้วเข้าไปทักทายสาวใช้เหล่านั้น
“ทุกคนอยู่ที่นี่เองหรือ บังเอิญยิ่งนัก นายหญิงของข้ายังหลับอยู่ หากพวกเจ้าไม่รังเกียจ เช่นนั้นข้าขอเชิญพวกเจ้ามาดื่มชาด้วยกันหน่อยได้