ู่ครู่หนึ่ง มุมปากของเขาก็กระตุกขึ้นน้อยๆ
“ไม่เป็นไร ถูกทำลายไปแล้วก็ดี เท่านี้เจ้าก็ไม่ตกอยู่ในอันตรายแล้ว”
“แต่ว่า…ฮวงซง หากไม่มีตำราชิงเจิงผู่ เช่นนั้นพวกคนในหอป๋ายเฉา…”
“เลิกพูดได้แล้ว”
จั่วชิวอวี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงกระวนกระวาย ทว่าจั่วชิวเฉินกลับร้องขัด
สายตาข่มขู่ชวนให้รู้สึกหวั่นคร้าม หากเขาตัดสินใจแล้ว ไม่มีทางมีผู้ใดฝ่าฝืนได้
“เมิ้งหยา เจ้าพักผ่อนก่อนเถิด อาอวี้ออกไปกับข้า ข้ามีเรื่องต้องคุยกับเจ้า”
แม้จะไม่อยากไปแต่จั่วชิวอวี้ก็จำใจเดินตามหลังจั่วชิวเฉินออกไปด้วยท่าทางห่อเหี่ยวดั่งมะเขือถูกทุบ
หลงเทียนอวี้ประคองหลินเมิ้งหยาให้ดื่มน้ำ
แม้จั่วชิวเฉินและจั่วชิวอวี้จะพูดอ้ำอึ้งราวกับคนเป็นใบ้ แต่หลินเมิ้งหยาพอจะเดาได้อยู่หลายส่วน
ตำราชิงเจิงผู่จะต้องมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้นมารดาของนางจะต้องไม่ใช่เพียงองค์หญิงแห่งเมืองหลินเทียนธรรมดาอย่างแน่นอน
นางรู้สึกลำบากใจไม่น้อย ทั้งจั่วชิวเฉินและจั่วชิวอวี้ล้วนดีกับนางมาก แต่ตอนนี้บาดแผลของนางยังไม่หายดี หากต้องเข้าไปพัวพันกับเรื่องยุ่งยาก เกรงว่าจะไม่ส่งผลดี
“หลงเทียนอวี้ พระองค์คิดว่าหม่อมฉันควรช่วยพวกเขาดีหรือไม่?”
แม้ดวงตาจะสั่นไหว