แต่ถึงสีหน้ายังสงบนิ่ง
หลินเมิ้งหยาจ้องมองเขา ดวงตาเปล่งประกายราวหยดน้ำคู่นั้นเปี่ยมไปด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจ
ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามา แต่หลงเทียนอวี้รู้จักหลินเมิ้งหยาดี หากนางรู้เรื่องเข้าล่ะก็….
หัวใจพลันเย็นเชียบ ไม่ จะต้องไม่เผยพิรุธให้นางจับได้!
“เป็นอะไรไป? เจ้ารู้สึกลำบากใจใช่หรือไม่?”
หลินเมิ้งหยาเอ่ยถามด้วยความสงสัย หลงเทียนอวี้ดึงสติกลับมา พยายามอย่างยิ่งในการยับยั้งความกระวานกระวายในใจ มุมปากหยักยิ้มน้อยๆ
“ถึงอย่างไรพวกเขาก็เป็นญาติผู้พี่ของเจ้า แต่ตอนนี้อาการบาดเจ็บของเจ้ายังไม่หายดี หากได้รับการกระทบกระเทือน แม้เจ้าจะมีใจแต่ก็คงไร้กำลัง”
หลินเมิ้งหยาพิงหัวเตียง พยักหน้าเบาๆ
ตลอดหลายวันที่ผ่านมานางมองออกว่าจั่วชิวเฉินและจั่วชิวอวี้ทำดีกับนางเป็นพิเศษเพราะมีจุดมุ่งหมายบางอย่าง แต่ถึงอย่างไรนางก็มั่นใจว่าพวกเขาจริงใจต่อนาง
หากเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องใหญ่บางอย่าง เช่นนั้นนางมิควรสอดมือเข้าไปยุ่ง
“จริงสิ หม่อมฉันจำได้ว่าพระองค์ออกมาเพื่อลาดตระเวนพื้นที่เพาะปลูก แต่ตอนนี้พระองค์กลับมาอยู่ที่ต่างเมือง เช่นนั้นทางฝั่งไท่จื่อจะไม่ตามล่าหาตัวพระองค์หรือเพคะ?”
มุมปากของหลงเทียนอวี้หยักยกขึ้นน้อย