้มไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก หลังจากสติสัมปชัญญะกลับมาทำงานครบถ้วนแล้ว นางที่มิได้เปิดปากพูดอยู่หลายวันจึงส่งเสียงลอดไรฟันออกมา
“เสียงดัง!”
สรรพสำเนียงพลันเงียบกริบ ความวุ่นวายดั่งโจ๊กในหม้อเมื่อครู่หยุดชะงัก ดวงตาทุกคนเบิกกว้าง สายตาจับจ้องมองทางหญิงสาวบนเตียง
ได้เห็นดวงตากลมโตเปล่งประกายราวกับหยดน้ำของนางแสดงความ…รังเกียจ!
ครู่ต่อมาชายหนุ่มทั้งสามก็รีบเข้ามาห้อมล้อมเตียงของนางเอาไว้
“เมิ้งหยา ข้าคือญาติผู้พี่ของเจ้า”
ชายสวมใส่ชุดสีเหลืองอร่าม ใบหน้าคุ้นตาอยู่หลายส่วน แต่ถึงกระนั้นนางก็ไม่เคยรู้จักเขามาก่อน ท่าทางสุขุมทำให้ผู้อื่นรู้สึกคร้ามเกรง คาดว่าเขาคงเป็นฮ่องเต้แห่งเมืองหลินเทียนที่นางได้ยินชื่อตอนนางยังไม่ฟื้นคืนสติอย่างแน่นอน
“เมิ้งหยา ข้าคือญาติผู้พี่คนที่สองของเจ้า”
แม้จะดูเหี่ยวเฉาลงอยู่หลายส่วน แต่ใบหน้ายังคงสง่างามโดดเด่น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาคือจั่วชิวอวี้ผู้ซึ่งนางเคยนับว่าเป็นเพื่อนคนนั้น
“เมิ้งหยา ข้า…”
ใบหน้าเหี่ยวเฉาเหลือประมาณพลันปรากฏขึ้นในสายตา
เส้นเลือดแดงก่ำแตกระแหงภายในตาขาว ขอบตาดำคล้ำ ไม่รู้ว่าใบหน้าของเขาซูบตอบจนเหลือแต่กระดูกเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไร
กลีบปากทั้งสองแห้งแ