ี่ดูแลหลินเมิ้งหยาตลอดทั้งคืนจึงหลับตาลง
ทุกสองชั่วยามจะมีคนมาทำแผลและนำยามาให้ หลงเทียนอวี้ยังคงป้อนหลินเมิ้งหยาด้วยวิธีการเดิม
นอกจากริมฝีปากบางสีเชอรี่ที่ขยับขึ้นลงน้อยๆ นางก็มิได้ขยับตัวเคลื่อนไหวอีก
หลงเทียนอวี้ตกใจสะดุ้งตื่นจากความฝัน
สิ่งแรกที่เขาทำคือมองดูหญิงสาวในวงแขนว่ายังสบายดีหรือไม่
เหงื่อผุดพรายขึ้นตามแนวหน้าผาก สายตาจับจ้องหลินเมิ้งหยาอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อมั่นใจแล้วว่าไม่มีสิ่งใดผิดปกติเขาจึงวางใจ
ยกมือซ้ายของนางขึ้นวางบนใบหน้าของตนเพื่อส่งผ่านความอบอุ่นไปยังหัวใจ
โชคดีที่เป็นเพียงความฝัน หลินเมิ้งหยายังคงมีชีวิตอยู่ นางยังคงอยู่ข้างกายเขา แม้หัวใจของเขาในเวลานี้จะหวาดกลัวเพียงใดก็ตาม
ทั้งที่เวลาผ่านไปเพียงสองวันเท่านั้น ทว่าหัวใจของเขาทรมานจนยากจะทานทน
ช่วงย่ำรุ่งวันถัดมา จั่วชิวอวี้ไข้ขึ้นสูง เขายังคงหลับใหลและตื่นขึ้นมาบ้างบางครั้ง ทว่าอารมณ์ของหลงเทียนอวี้ใกล้จะระเบิดเต็มที เหตุเพราะหลินเมิ้งหยายังคงแน่นิ่งไร้ซึ่งปฏิกิริยาใดๆ
แพทย์ทหารกล่าวว่าบาดแผลค่อนข้างลึก หลินเมิ้งหยาอาจมีไข้เพราะอาการบาดเจ็บ
แต่คิดไม่ถึงเลยว่านอกจากนางจะไม่มีไข้หรือติดเชื้อแล้ว บาดแผลของนางยั