ายของพวกเรา พวกเราจะปล่อยเขาเข้าไปในค่ายไม่ได้นะขอรับ”
หัวคิ้วของลูกน้องหลู่ตี๋ขมวดมุ่น
“เจ้าไปฟังความจากที่ใดมา! เขาเป็นแขกคนสำคัญ! จงรีบไปแจ้งข่าวแก่ตาเฒ่าเฉา หากรักษาแม่นางคนนั้นไม่ดี เช่นนั้นเขาจะถูกส่งตัวกลับบ้านอย่างแน่นอน”
หลู่ตี๋ส่งเสียงข่มทหารชั้นผู้น้อย เพียงประโยคเดียวทำให้คนทั้งหมดเลิกซักไซ้ในทันที
พวกทหารรีบแหวกทางออก หลงเทียนอวี้อุ้มหลินเมิ้งหยาเข้าไป พวกทหารเองก็วิ่งตามเขาเช่นเดียวกัน
เหล่าพลทหารต่างได้เห็นแล้วว่าสหายของตนเองนั่งรวมกันอยู่บนม้าตัวหนึ่ง ดังนั้นข่าวลือที่ว่าชายคนนี้เป็นคนสังหารพวกพ้องของตนเองจึงหมดไป
ภายในกระโจม หลงเทียนอวี้ยืนนิ่ง ดวงตาแดงก่ำจับจ้องมองทางหญิงสาวบนเตียงเขม็ง
เลือดสีแดงสดกลายเป็นสีแดงเข้มแล้ว ทว่ากลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งบนร่างของเขาทำให้หมอเฉาขมวดคิ้วแน่น
หาใช่เพราะอาการบาดเจ็บสาหัส แต่เพราะคนทั้งคู่เสียเลือดมากจนเกินไป เกรงว่าอาจอันตรายถึงชีวิต
ยิ่งไปกว่านั้นฐานะของคนเหล่านี้ยังไม่ธรรมดา