ม้าทั้งสามตัวโลดแล่นโจนทะยานไปข้างหน้า หลินเมิ้งหยาขี่ม้าอยู่ตรงกลาง โดยมีหลงเทียนอวี้และชิวอวี้ขนาบข้าง
พวกเขาล้วนมีความคิดของตัวเองในใจ จะว่าไปก็น่าขัน ทุกครั้งที่พวกเขาได้อยู่ด้วยกันสามคน บรรยากาศมักอึดอัดจนมิรู้จะอึดอัดต่อไปอย่างไรแล้ว
หลินเมิ้งหยาเหลือบมองทั้งซ้ายและขวา นางแอบหัวเราะในใจ แม้สีหน้าจะยังคงเคร่งขรึมก็ตาม
ใครใช้ให้หลงเทียนอวี้มีเรื่องซุบซิบนินทากับซู่เหมยโดยไม่ปรึกษานางก่อนกันเล่า?
ชิวอวี้เองก็หาใช่คนดีอะไร เขามักมีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่น
คิดว่านางดูไม่ออกหรือ?
ขี่ม้าออกจากทิวป่าต้นซิ่ง ไม่นานพวกเขาก็มาถึงเนินเล็กๆ
หลินเมิ้งหยาสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกหนึ่ง เพราะเหตุนี้ท่านกัวจึงกำชับพวกเขาทั้งสามว่าถ้าหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น พวกเขาจะต้องห้ามรีบร้อนเป็นอันขาด
“สวรรค์ บนโลกใบนี้มีสิ่งมหัศจรรย์เช่นนี้ด้วยหรือ?”
ไม่เพียงแค่หลินเมิ้งหยา แม้แต่หลงเทียนอวี้เองก็รู้สึกตื่นตะลึงไม่แพ้กัน
สายตามองทอดยาว ราวกับท้องฟ้าและผืนดินถูกขวานอันใหญ่ผ่าครึ่งเป็นสองส่วน ทางเดินในหุบเขาด้านหน้ามีความกว้างเพียงสิบเมตร ด้านข้างทั้งสองฝั่งคือหุบเหว
หันหน้ามองทั้งซ้ายและขวา พวกเขาไม่เห็นแม้กระ