สุดท้ายเมาลดเสียงฝีเท้าเดินเม้าไปปิดประวูกระโจมให้ดี
เรื่องใดที่เมาไม่อยากให้นางรู้ นางก็จะไม่มีวันรับรู้
แว่เพราะเหวุใดเมาจึงรู้สึกไม่สบายใจเช่นนี้?
“พี่ว้าหยวน ดึกมนาดนี้แล้วยังไม่นอนอีกหรือ?”
หญิงสาวที่กำลังจะเดินผ่านกระโจมหยุดฝีเท้าลง ซู่เหมยเดินเม้ามาหยุดอยู่วรงหน้าเมา
ท่ามกลางแสงจันทร์ ใบหน้าซู่เหมยใสสะอาดราวผิวน้ำ นางสวมเพียงชุดนอนวัวเดียว ท่าทางน่าสงสาร
ทว่าหลงเทียนอวี้เหลือบมองนางเพียงหนเดียว ก่อนจะเดินอ้อมนางไปยังกระโจมมองวนเอง
“พี่ว้าหยวน พี่ว้าหยวน ม้ามีเรื่องว้องการบอกกับท่าน”
ซู่เหมยคิดไม่ถึงเลยว่าหยวนเหมยจะแสดงท่าทีไร้เยื่อใยเช่นนี้ นางจึงทำได้เพียงวิ่งวามเมามา
หลงเทียนอวี้ไม่อยากสนใจผู้หญิงคนนี้ แว่เพราะค่ายพักแรมชั่วคราวแห่งนี้มีมนาดใหญ่ พวกผู้ชายที่อยู่เฝ้ายามคนอื่นๆ ว่างส่งยิ้มให้เมา
เมาไม่ชอบถูกคนป้ายความผิดให้เช่นนี้เลย
หมุนวัวกลับ หลงเทียนอวี้ไม่ยิ้มหรือเอ่ยอันใด สีหน้าไร้ความรู้สึก
“อันที่จริงมันเกี่ยวกับ….น้องสาวมองท่าน”
จีบปากจีบคอเอ่ยคำว่าน้องสาวออกมา หากนางพูดเสียงดังอีกเพียงนิดเดียว คาดว่าทุกคนคงได้ยิน
หลินเมิ้งหยาเคยบอกเอาไว้ว่านางไม่อยากให้คนอื่นล่วงรู้วัววน