ระกายราวหยดน้ำคู่นั้นกลับมีน้ำตาเอ่อคลอ
หงอวี้สงสารน้องสาวของตนเองมาก นางจึงรีบจับแขนน้องสาวตนเองแล้วเช็ดให้อย่างระมัดระวัง ซู่เหมยทำได้เพียงอดทนอดกลั้นเมื่อเห็นหงอวี้ถามไถ่ตนเองด้วยความเป็นห่วง
หลินเมิ้งหยาทนดูต่อไปไม่ไหว นางจึงสั่งป๋ายซ่าวให้เข้าไปหยิบยาแก้น้ำร้อนลวกมา
“นางเดินทะเล่อทะล่าเองแท้ๆ อีกอย่างโจ๊กถ้วยนั้นก็หาได้ร้อนจัดไม่ เรื่องมากจริง”
นับตั้งแต่ตอนที่ขึ้นรถม้า อาซิ่วมักรู้สึกว่าซู่เหมยช่างขัดหูขัดตาเหลือเกิน
คนอื่นกำลังยุ่งอยู่กับการกินข้าวจึงมองไม่เห็น แต่นางเห็นอย่างชัดเจน
เรื่องนี้หาใช่อุบัติเหตุ เห็นได้ชัดว่าซู่เหมยตั้งใจพุ่งตัวเข้าไปชนถ้วยข้าวในมือหลินเมิ้งหยา
ไม่รู้ว่านางต้องการจะทำอะไรกันแน่จึงทำเช่นนี้กับพี่หยวน ความไม่พึงพอใจต่อนางจึงทวีคูณมากขึ้น
“เจ้าจะพอได้หรือยัง? อาซิ่ว ข้าไม่รู้ว่าน้องสาวของข้าทำสิ่งใดให้เจ้าขุ่นเคือง นับตั้งแต่ตอนที่ขึ้นรถม้าเจ้าก็มักพูดจาส่อเสียดไร้มารยาทกับนางเสมอ ตอนนี้น้องสาวของข้าถูกโจ๊กร้อนลวกแขน เหตุใดเจ้าต้องทำให้นางเจ็บช้ำน้ำใจมากขึ้นด้วยเล่า หากนางทำให้เจ้าไม่พอใจ ข้าขอโทษเจ้าแทนนางด้วย แต่จากนี้ไปหวังว่าเจ้าจะเกรงใจน้องสาวข้าบ้าง”