ในที่สุดหงอวี้ก็มิอาจทนได้อีกต่อไป นางเอ่ยกับอาซิ่วอย่างไม่ไว้หน้า
ในสายตาของนาง ซู่เหมยเป็นเด็กสาวขี้กลัวและว่านอนสอนง่าย แม้จะไม่ยอมรับตนเอง แต่นั่นก็เพราะเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมา แต่อาซิ่วคนนี้มักแสดงสีหน้าท่าทางเย็นชาใส่ซู่เหมยอยู่หลายหน ที่แต่ก่อนนางมิปริปากก็เพราะไม่อยากสร้างปัญหา ทว่าตอนนี้อาซิ่วทำเกินไปแล้ว
“นี่ถือว่าข้าเกรงใจแล้วต่างหาก หงอวี้ แม้ตาของเจ้าจะบอด แต่ข้ามิเป็นเช่นนั้น”
อาซิ่วไม่คิดอ่อนข้อ นางมิอาจทนเห็นท่าทางเสแสร้งแกล้งทำเป็นน่าสงสารของซู่เหมยได้
ทั้งสองตั้งท่าเหมือนกำลังจะเริ่มทะเลาะกันอีกครั้ง สุดท้ายหลินเมิ้งหยาจึงดึงตัวอาซิ่วไปอีกทาง ดังนั้นทุกคนจึงสามารถฝืนกินข้าวมื้อนี้ต่อไปได้
“เจ้านี่หนา เหตุใดจึงขุ่นเคืองซู่เหมยถึงเพียงนั้นเล่า? ข้าเห็นนางเป็นเพียงเด็กสาวคนหนึ่ง เหตุใดจึงทำให้เจ้าไม่พอใจได้เล่า?”
หลินเมิ้งหยาเคาะหน้าผากอาซิ่วเบาๆ ขณะส่งเสียงตำหนิ
มิแปลกใจหงอวี้จะมีโทสะ นับตั้งแต่ตอนที่นั่งบนรถม้าออกจากตำบลซื่อฟาง นางมักได้ยินวาจาส่อเสียดของอาซิ่วเสมอ
อาซิ่วจ้องซู่เหมยด้วยสายตาเย็นชาอีกหน ก่อนจะกระซิบเสียงเบา
“ท่านคิดว่านางเป็นคนดีหรือ ครั้นตอนที่ถูกจับตัวเ