หยาตัดสินใจที่จะเตือนชิวอวี้และหลงเทียนอวี้
“เรื่องอะไร?”
ทั้งสองเอ่ยถามพร้อมกัน ก่อนจะเงียบลงอีกหนหนึ่ง
“มีคนจับตามองข้าอยู่ เมื่อคืนข้าได้เจอกับเจ้าของของหอหุยชุนฟาง ตอนแรกคิดว่าเขาไม่รู้เรื่องของข้า แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะรู้จักตัวตนของข้าตั้งแต่แรกแล้ว”
สีหน้าท่าทางของชิวอวี้และหลงเทียนอวี้พลันเคร่งขรึมลง พวกเขาทั้งสองล้วนติดอยู่ในวังวนแห่งการแก่งแย่งชิงอำนาจในราชสำนัก ดังนั้นย่อมได้กลิ่นความไม่ชอบมาพากล
“คนของไท่จื่อหรือ?”
หลังจากตรึกตรองอยู่ครู่หนึ่ง ชิวอวี้จึงกระซิบถาม
“ไม่น่าใช่ ไท่จื่อหาใช่คนมีความอดทน เมิ้งหยา เจ้าพบเห็นสิ่งใดอีกหรือไม่?”
เมื่อพูดเรื่องสำคัญ หลงเทียนอวี้และชิวอวี้ต่างมีท่าทางจริงจัง
แม้ไท่จื่จะชอบสร้างความวุ่นวาย แต่หลงเทียนอวี้รู้จักแผนการของสองแม่ลูกคู่นั้นดี หากไท่จื่อมือยื่นมือยาวได้ถึงขนาดนี้ เช่นนั้นพวกเขาสองแม่ลูกคงไม่อาศัยจังหวะที่ฮ่องเต้กำลังประชวรไปทำการลับหลังหรอก
“บางทีอาจเกี่ยวข้องกับพวกป๋ายหลงเฮยฮู่ ข้าคิดว่าพวกเขาหาใช่เพียงกลุ่มพ่อค้ามนุษย์ธรรมดาอย่างแน่นอน ลานลับในหุยชุนฟางมีภาพวาดประติมากรรมและตัวเรือนแกะสลักอย่างวิจิตรตระการตา สิ่งเหล่านี้ย่อมมิใช่ของที่