ได้โปรดพาข้าไปกับพวกท่านด้วยได้หรือไม่?”
หลินเมิ้งหยาและหงอวี้ต่างคิดไม่ถึงว่าซู่เหมยจะคุกเข่าต่อหน้าพวกนางพร้อมทั้งส่งเสียงสะอื้นไห้เช่นนี้
ใบหน้าของหงอวี้ซีดเผือด แม้นางจะรู้ว่าตนเองไม่มีหน้าไปพบบิดามารดาหรือญาติพี่น้องแล้ว แต่คำว่าหญิงสาวบริสุทธิ์จากปากซู่เหมยทำให้นางเจ็บปวดใจยิ่งนัก
“ซู่เหมย นางคือพี่สาวของเจ้า”
หลินเมิ้งหยาอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก ตอนนี้นางอยากกลับไปหาสถานที่สงบๆ เพื่อครุ่นคิดเรื่องราวว้าวุ่นในหัว
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าซู่เหมยจะปักใจอยู่กับพวกนางแล้ว ซ้ำยังร้องไห้คร่ำครวญประหนึ่งจะขาดใจ
“ข้า…ชิงเกอ...”
หงอวี้รู้สึกลำบากใจยิ่งนัก ปมด้อยในหัวใจทำให้นางไม่กล้าแตะต้องตัวซู่เหมย
อารมณ์ของหลินเมิ้งหยาดิ่งลงถึงขีดสุด สายตาเย็นชาชำเลืองมองซู่เหมย ก่อนจะสาวเท้าออกไป
“หากพึงใจจะติดตาม เช่นนั้นก็มาเถิด”
หลินเมิ้งหยากล่าวทิ้งไว้แต่เพียงเท่านี้ โดยมิหันหน้ากลับไปมองอีก
ช่างเถิด ในเมื่อช่วยมาแล้ว เช่นนั้นก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุด
ภายในโรงเตี๊ยม พวกท่านกัวกำลังนั่งกินข้าว ทันทีที่จ้าวเฟยเห็นพวกหลงเทียนอวี้ มุมปากพลันหยักยกขึ้น ก่อนที่ตัวคนจะรีบวิ่งเข้ามาต้อนรับ
“คือว่า…ต้าหยวน ข้าขออภัยจริ