นการหาเงิน แต่ถึงอย่างไรเขาก็ยังมีอุปนิสัยเหมือนเด็ก ดังนั้นเมื่อมีคนถามไถ่และต้องการระบายอารมณ์แทนเขา เขาจึงรีบสาธยายออกมาทันที
“ก็นางเด็กใหม่นั่นอย่างไรเล่า! ข้านำอาหารไปให้พวกนางด้วยความปรารถนาดี แต่นางกลับไม่กิน ซ้ำยังสาดมันลงบนตัวข้า ฮึ หากมิใช่เพราะนายท่านบอกว่านางเป็นสินค้าชั้นดีจากเมืองเลี่ยหยุนแล้วล่ะก็ ข้าจะสั่งให้ผู้คุมอดอาหารนางสักสามวันสามคืน!”
จูเหยียนเอ่ยเสียงกร้าวอย่างบันดาลโทสะ ทว่าหัวใจของหลินเมิ้งหยากลับกระตุกระรัว
นี่….จะต้องเป็นอาซิ่วอย่างแน่นอน!
พยายามสะกดกลั้นความดีใจของตนเอง แผนบางอย่างพลันปรากฏขึ้นในสมองของหลินเมิ้งหยา แต่นางกลับแสร้งแสดงท่าทางโกรธเกรี้ยว
“ใต้เท้าจูเหยียนได้โปรดระงับโทสะลงก่อนเถิด นางเด็กคนนั้นไม่รู้ฟ้าไม่รู้ดิน พวกเราไม่มีทางปล่อยให้นางมีชีวิตอยู่อย่างสุขสบายแน่นอนเจ้าค่ะ พี่มั่วฉินของพวกเรามีร้อยพันวิธีทรมานนาง แม้นไม่ตายแต่ก็เลี้ยงไม่โต ยิ่งไปกว่านั้นภายนอกยังมองไม่เห็นพิรุธใดๆ ด้วยเจ้าค่ะ”
หลินเมิ้งหยาแสร้งทำท่าทางเสียดาย มั่วฉินเองก็ให้ความร่วมมือด้วยเช่นเดียวกัน เหตุเพราะนางเป็นผู้ลงโทษนางโลมที่ทำผิดกฎในหุยชุนฟางอยู่แล้ว
เด็กทุกคนล้วนหม