้าจะทำให้เจ้าต้องเดือดร้อน”
ความหวาดระแวงในใจยิ่งทวีคูณ หลินเมิ้งหยายังคงไม่รู้ว่ามั่วฉินหมายความว่าอย่างไร
“เจ้าคิดว่าทำไมข้าจึงพาเจ้ามาที่นี่กันเล่า? อันที่จริงข้าทำเพื่อแลกเปลี่ยนชีวิตของใครบางคน นายท่านเคยให้ภาพวาดใบหนึ่งกับหัวหน้าทุกคนในหอนางโลม เขาบอกว่าจะต้องตามหาคนในภาพให้เจอ เจ้าอย่าโทษข้าเลย หากจะโทษจงโทษตัวเองที่มีหน้าตาเหมือนคนในภาพวาดเถิด”
ติดกับจนได้!
หัวใจของหลินเมิ้งหยาพลันเย็นเฉียบ แต่ไหนแต่ไรมานางมักหวาดระแวงพวกคนชั่วอยู่เสมอ ไม่รู้ว่าสาเหตุมาจากความใสซื่อของหลินเมิ้งหยาคนเดิมหรือไม่ ดังนั้นนางจึงหลงผิดไว้ใจมั่วฉินอย่างง่ายดาย
“เจ้าคิดจะทำอะไร? มั่วฉิน ข้าขอร้องเจ้า เจ้าอย่าทำร้ายชิงเกอเลย นางเป็นผู้บริสุทธิ์ เรื่องทั้งหมดล้วนเป็นเพราะข้าอยากช่วยเหลือน้องสาวของข้าเอง ดังนั้นเรื่องราวจึงเป็นเช่นนี้”
หงอวี้มีท่าทางกระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัด มือเล็กเอื้อมไปคว้ามือของมั่วฉินพลางส่งเสียงวิงวอน
“เลิกแสดงละครได้แล้ว หรือเจ้าไม่ได้รับภาพวาดจากนายท่าน? อย่าได้บอกข้าเลยว่าเพียงเพื่อช่วยน้องสาวของเจ้า เจ้าจึงตามข้ามาที่นี่ นับตั้งแต่วันที่เจ้ามาที่หุยชุนฟาง เจ้าเองก็ตามหาผู้หญิงในภาพวาด