งไม่ ข้าจะพาชิงเกอไปประเดี๋ยวนี้ มั่วฉิน ข้าขอร้องเจ้า ได้โปรดช่วยข้าด้วยเถิด”
หยาดน้ำตารินไหลออกจากดวงตาของหงอวี้ นางส่งเสียงวิงวอนมั่วฉิน แต่ไม่ว่าน้ำตาของนางจะรินไหลมากมายเพียงไหน ในสายตาของหลินเมิ้งหยา มันเป็นเพียงน้ำตาจระเข้ จอมปลอม ไร้ความจริงใจ
“เอาล่ะ เลิกแสดงละครได้แล้ว ในเมื่อนางมาถึงที่นี่ นั่นก็เป็นเพราะโชคชะตาของนางกำหนด ชิงเกอจงฟังให้ดี นี่เป็นคำแนะนำครั้งสุดท้ายของข้า คนที่นี่หาใช่คนไม่ พวกเขาล้วนเป็นปีศาจ หากเจ้าอยากมีชีวิตรอด เช่นนั้นจงรักษาตัวให้ดี หลังจากหาเพื่อนของเจ้าพบแล้ว เจ้าจงรีบออกไปจากที่นี่เสีย”
มั่วฉินชักสายตากลับ แม้จะยังมีความอาลัยอาวรณ์อยู่บ้าง แต่ถึงกระนั้นนางก็หมุนตัวไปอีกทางแล้วเดินเข้าไปภายใน
แม้หลินเมิ้งหยาจะรู้แล้วว่าตนเองไม่อาจหนีออกไปจากหลุมพรางนี้ได้แล้ว แต่นางจะต้องช่วยเหลืออาซิ่วให้ได้ ฉะนั้นไม่ว่าจะต้องบุกป่าฝ่าดง นางก็จะไป
“หลังจากช่วยน้องสาวข้าได้แล้ว ข้าจะช่วยเจ้าออกไป แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตของข้าก็ตาม”
เสียงมุ่งมั่นของหงอวี้ดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง แม้น้ำเสียงจะมีความอ่อนแออยู่หลายส่วนก็ตาม
หลินเมิ้งหยาชะงักอยู่ชั่วอึดใจ แต่มิได้เผยสีหน