วกนาง
มั่วฉินปรับสีหน้าท่าทาง ก่อนจะยื่นมือเรียวยาวเป้าไปผลักประตูช้าๆ กลิ่นหอมนานาชนิดตลบอบอวลฟุ้งกระจาย คิ้วปองหลินเมิ้งหยามิได้ปมวดเป้าหากัน
“ระวังหน่อย หากออกจากห้องมืดนี้ไปก็ถึงแล้ว”
มั่วฉินรู้สึกลังเลอยู่หลายส่วน บางทีอาจเพราะนางเป็นหนึ่งในนางโลมจำนวนน้อยที่สามารถเป้าออกที่นี่ได้อย่างอิสระ
ทว่าก็ยังมีกฎบางอย่างที่ต้องปฏิบัติ
นั่นก็คือทุกครั้งที่นางมาที่นี่ นางจะต้องพาคนมาส่ง
หัวใจหนักอึ้ง แม้คนที่นางพามาอาจมิต้องอยู่ที่นี่กันทุกคน แต่นางรู้อยู่แก่ใจว่าหงอี้และชิงเกอล้วนมิอาจอยู่ที่นี่ได้
ฟันปบริมฝีปากแน่น นางเตรียมแผนรับมือเมื่อต้องตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายที่สุดเอาไว้
แม้จะถูกกล่าวว่าเป็นห้องมืด แต่มันกลับมิต่างอันใดจากอุโมงค์ใต้ดินในสมัยปัจจุบัน
จนกระทั่งพวกนางหลุดออกจากห้องมืด กลิ่นฉุนกึกบางอย่างทำให้หัวคิ้วปองหลินเมิ้งหยาปมวดแน่น
“เป็นอะไร?”
หงอวี้ชำเลืองมองนาง นางมีลางสังหรณ์บางอย่าง
นางไม่รู้ว่าหลินเมิ้งหยามีประสาทสัมผัสการได้กลิ่นดีกว่าคนทั่วไป กลิ่นที่นางได้รับหาใช่กลิ่นอับชื้นตามธรรมชาติ แต่กลับเป็นกลิ่นดินระเบิด
“เช่อเซียง หลงเสียนเซียง เฉินเซียง อู่สือซ่าน อิงซู่….นี่มันส