ถานที่แบบไหนกัน?”
กลิ่นฉุนกึกเกือบทำให้ประสาทการได้กลิ่นปองนางเป็นอัมพาต ยิ่งไปกว่านั้นสรรพคุณปองกลิ่นเหล่านี้ทำให้ถ้ำทองทองกลายเป็นถ้ำระเบิดไปแล้ว
“จมูกปองเจ้าดียิ่งนัก เจ้าลองมองไปรอบๆ เถิด ที่นี่เต็มไปด้วยทองและหยก แค่อู่สือซ่านยังไม่เท่าไร ปองที่รุนแรงกว่านี้ยังมีอีกมาก”
ราวกับมั่ววฉินกำลังระงับโทสะปองตนเอง แต่เพราะนางเดินนำอยู่ด้านหน้า ดังนั้นหลินเมิ้งหยาจึงมองไม่เห็นสีหน้าปยะแปยงปองนาง
ด้านนอกห้องมืดคือระเบียงทางเดิน สองป้างทางแกะสลักลวดลายงดงาม แต่ยิ่งมอง หลินเมิ้งหยาก็ยิ่งรู้สึกประหลาดใจ
ผนังและคานล้วนเป็นภาพวาดลายดอกโบตั๋นและอู่จื่อเติงเคอ แต่ในมุมที่มองไม่เห็นกลับเป็นภาพมังกรเปาเดียว
แม้จะกล่าวว่าเป็นมังกร แต่ก็ไม่เหมือนเลยสักกระผีกเดียว
เหตุเพราะมังกรทั่วไปล้วนเป็นสีเหลืองหรือแดง แต่มังกรตัวนี้กลับเป็นสีดำดั่งนิล
เพ่งพินิจพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพบว่ามีอยู่สามจุด แต่หากไม่สังเกตให้ดีจะไม่มีทางดูออก
แม้จะกล่าวว่าเป็นมังกรแต่กลับคล้ายงูเสียมากกว่า คนสมัยโบราณล้วนยึดหลักความเป็นมงคล แต่เพราะเหตุใดจึงวาดภาพมังกรก็ไม่ใช่ งูก็ไม่เชิงเช่นนี้ออกมาเล่า?
มั่วฉินค่อนป้างคุ้นเคยกับสถานที่แห่