วแน่
มั่วฉินยื่นนิ้วเรียวยาวขึ้นนวดขมับ หางตาพลันเปลี่ยนเป็นเย็นชา
“แม่นางน้อย หุยชุนฟางหาใช่สถานที่เที่ยวเล่นของเจ้าไม่ หากเจ้ากลับออกไปตอนนี้ยังคงทันการณ์ แต่หากถูกคนพบเห็นเข้า เจ้าคงมิอาจดำรงตำแหน่งคุณหนูสูงศักดิ์ได้อีก มิวายกลายเป็นดอกไม้โรยราหาเศษเงินอยู่ที่นี่”
น้ำเสียงเจือความเย็นชาอยู่หลายส่วน
นางคิดเพียงว่าหลินเมิ้งหยาคือคุณหนูสูงศักดิ์จอมเอาแต่ใจ หากเตือนแล้วไม่ฟัง เช่นนั้นก็คงโทษใครมิได้
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเด็กคนนี้จะส่ายหน้าพลางเอ่ย
“ข้าไม่ไป มิใช่ว่าข้าเอาแต่ใจตนเอง ข้ามาเพื่อตามหาเพื่อนคนหนึ่ง ข้ามิอาจทนมองนางกระโจนเข้าสู่กองไฟได้”
มั่วฉินคาดไม่ถึง อันที่จริงตลอดหนึ่งปีมานี้มีคุณหนูชนชั้นสูงจำนวนไม่น้อยเข้ามาระรานหาเรื่อง แต่สุดท้ายก็กลับออกไปอย่างเงียบเชียบ
หาคน? เกรงว่าจะมีแต่พวกผู้ชายน่ารังเกียจเหล่านั้นที่ต้องการมาหานางโลมระบายความใคร่ แต่ไหนแต่ไรมามิเคยพบเด็กสาวคนใดมาตามหาเพื่อนมาก่อน
ทัศนคติที่มีต่อเด็กสาวจึงเปลี่ยนไป
“ในเมื่อเพื่อนของเจ้ามาที่นี่ นั่นแสดงว่าโชคไม่ดีนัก วางใจเถิด แม้นที่นี่จะมิใช่สถานที่ที่ดีแต่อย่างใด แต่ขอเพียงนางว่านอนสอนง่ายรับรองว่านางจะไม่มีวันทุกข์ทรมาน เ