คนนั้นจะส่งเสียงเชิงเกรงใจ แต่กลับนั่งไขว่ห้างท่าทางเย่อหยิ่งแตกต่างจากคำพูดคำจาอ่อนน้อมถ่อมตนยิ่งนัก
“ไม่เป็นไร ในเมื่อท่านนักพรตเป็นผู้ออกบวช เช่นนั้นมิจำเป็นต้องคำนับคารวะข้าแต่อย่างใด มิรู้ว่าท่านนักพรตเรียกข้าน้อยมาด้วยเหตุใดกระนั้นหรือ?
นักพรตเครายาวหัวเราะ หึ หึ หึ สามครั้ง ก่อนจะเอ่ยเสียงไม่เร็วหรือช้าจนเกินไป
“นายท่าน อาตมาหาได้เรียกท่านมาไม่ แต่เป็นท่านต่างหากที่ร้องเรียกตัวเอง ท่านคงติดใจกับคำทำนายของอาตมา เช่นนั้นลองให้อาตมาดูดวงเพื่อคลายความสงสัยของท่านให้ดีหรือไม่?”
พูดจาวกวนไปมา สุดท้ายก็พยายามเสนอขายการค้าของตนเอง
ป๋ายซ่าวรู้สึกหงุดหงิดใจกับนักพรตสกปรกโสโครกคนนี้ยิ่งนัก ทว่าหลินเมิ้งหยากลับมิเอ่ยอันใด
ยกข้อมือขึ้นแล้วเขียนกระดาษที่ถูกวางอยู่บนดินเป็นคำว่า ‘ข้า’
ทว่าหลินเมิ้งหยาหาได้เขียนเป็นภาษาจีนโบราณไม่ ฉะนั้นอักขระจึงหายไป
“รบกวนท่านแล้ว”
นักพรตมองอักษรเบื้องล่าง สีหน้าอึ้งงันแข็งทื่อ
ครู่ต่อมาจึงถอนหายใจยาว ก่อนจะหยักยิ้มขมขื่นพลางส่ายหน้า
“อักษรนี้…อาตมามิอาจแก้ออกได้ แม้นายท่านจะเป็นคนต่างบ้านต่างเมือง แต่กลับมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ แสดงว่าย่อมมีชะตาต้องกัน อาตมาหวนนึกถึงสห