ายเก่าผู้หนึ่งที่เคยมาเยือนที่แห่งนี้เมื่อยี่สิบปีก่อน”
คำพูดของนักพรตทำให้ป๋ายซ่าวมั่นใจว่าเขาเป็นเพียงจอมลวงโลก สายตาคมกริบฉายแววไม่พอใจ
คำพูดเลื่อนลอยก็เป็นเพียงเรื่องไร้สาระเท่านั้น ไฉนต้องชักแม่น้ำทั้งห้าเรื่องสหายเก่าแก่มาหลอกนายหญิงด้วย หากอยู่ที่เมืองหลวงล่ะก็ นางจะลากนักพรตคนนี้ไปที่ว่าการอย่างแน่นอน
แต่มิรู้ว่าเพราะเหตุใดนายหญิงจึงมีท่าทางอารมณ์ดี ซ้ำยังยิ้มแล้วสนทนากับนักพรตคนนั้นต่อ
“โอ้? สหายท่านใดกันเล่า?”
อันที่จริงหลินเมิ้งหยาเองก็รู้สึกมิต่างอันใดจากป๋ายซ่าว แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดนักพรตคนนี้จึงส่งความรู้สึกเหมือนคนที่มาจากต่างโลกมาให้นาง
นักพรตหัวเราะ ก่อนจะหยิบของสิ่งหนึ่งออกมาวางลงตรงหน้าหลินเมิ้งหยา
หลินเมิ้งหยาจ้องมอง มันคือตราประทับลายดอกเหมยอันหนึ่ง
“นี่คือสิ่งที่สหายท่านนั้นทิ้งเอาไว้ ในเมื่ออาตมาส่งมันถึงผู้รับแล้ว เช่นนั้นพวกเราร่ำลากันตรงนี้เถิด”
ยังไม่ทันที่หลินเมิ้งหยาจะตั้งสติได้ทัน นักพรตคนนั้นรีบเก็บของของตนเองแล้วหมุนตัวออกวิ่ง
“ท่านนักพรต ของของท่าน!”
หลินเมิ้งหยาหยิบตราประทับขึ้นมาแล้วร้องตะโกน แต่นักพรตร่างผอมกลับเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นกว่าเดิม
ไม่