กพรตนั่นต้องเป็นพวกลวงโลกอย่างแน่นอน มิเช่นนั้นจะมีพี่ชายฆ่าหมูออกตามล่าเขาอย่างนั้นหรือ”
หลินเมิ้งหยายืนเหม่อลอยหลายวินาที ก่อนจะได้สติกลับมา
ป๋ายซ่าวพูดถูกแล้ว แต่ในมือของนางคือตราประทับลายดอกเหมย
หากนางมองไม่ผิด ตราประทับลายดอกเหมยอันนี้เหมือนกันกับดอกเหมยบนเอวและบนผ้าห่อของผืนนั้นไม่มีผิด
ไม่รู้ว่านักพรตคนนั้นเป็นใคร เหตุใดเขาจึงนำของที่มีความเกี่ยวข้องกับนางออกมา
เหตุการณ์มิคาดฝันเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าจนหลินเมิ้งหยารู้สึกสับสนไปหมด
ทั้งสองหมดอารมณ์เดินซื้อของอย่างสิ้นเชิง หลังจากซื้ออาหารบางส่วนแล้วจึงมุ่งหน้ากลับไปยังโรงเตี๊ยม
เพียงผ่านประตูเข้ามา จ้าวเฟยรีบวิ่งมาหยุดตรงหน้านาง สีหน้าเสมือนต้องการขอความช่วยเหลือ
“ในที่สุดเจ้าก็กลับมาเสียที เสี่ยวหยวนเอ๋ย พี่ชายกับญาติผู้พี่ของเจ้ากำลังทะเลาะกัน!”
หา? หลินเมิ้งหยากลืนขนมลงคอ นี่เขาป่วยหรือไม่?
นอกจากจะจับโจรไม่ได้แล้วยังมาทะเลาะกันอีกหรือ?
หลินเมิ้งหยารีบวิ่งเข้าไปในโรงเตี๊ยม ผลปรากฏว่าห้องโถงที่เคยเป็นระเบียบเรียบร้อยพังพินาศไม่เป็นท่า
ส่วนหลงเทียนอวี้และชิวอวี้กำลังแลกหมัดกันอยู่ตรงกลาง
สิ่งที่ทำให้นางหงุดหงิดใจก็คือพวกเขาล้วน