วเองดี ทันทีที่พิษถูกแพร่กระจาย นั่นเท่ากับชีวิตหนึ่งต้องจบลง
ฉะนั้น คนเมืองเลี่ยหยุนจึงไม่ยอมคบค้าสมาคมกับคนนอกง่ายๆ
น้อยนักที่จะได้เจอเด็กน่ารักอย่างเสี่ยวอวี้
“ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าพูดถูก หากไม่มีคนสอดแนม เช่นนั้นจะชักศึกเข้าบ้านได้เช่นไร อีกเดี๋ยวข้าจะลองส่งคนออกตรวจสอบดู ขอบใจพวกเจ้าทั้งสองมากที่ช่วยเหลือ จากนี้ไปหากได้พบเจอกันบนถนนสายนี้หรือไม่ว่าจะที่ใดก็ตาม ขอเพียงพวกเจ้าต้องการ ข้าพร้อมจะช่วยเหลือเสมอ”
ตงฟางสวีเอ่ยคำมั่นด้วยความหนักแน่น หลินเมิ้งหยาและหลงเทียนอวี้ก้มหน้าลงน้อมรับ
เวลาไม่คอยท่าแล้ว พวกเขาจึงลุกขึ้นแล้วขอตัวกลับ
เซียวยี่รออยู่นานแล้ว หลังจากช่วยพวกเขาเปิดประตู เขาทำเพียงเอ่ยให้ทั้งสองระมัดระวังตัว
ท้องฟ้ายามราตรีค่อยๆ ลาลับไป แสงประกายของอรุณรุ่งเผยขึ้นมาแทนที่
หลินเมิ้งหยาหรี่ตา ก่อนจะบิดขี้เกียจเล็กน้อย
หลังจากยุ่งวุ่นวายตลอดคืน อย่างน้อยก็เกิดผลลัพธ์ที่ดี
ชำเลืองมองหลงเทียนอวี้ หลังจากออกจากโรงเตี๊ยมจิ่นฝู สีหน้าของเขาดูไม่แช่มชื่นนัก
ตอนนี้บริเวณรอบๆ ไม่มีใคร หลินเมิ้งหยาจึงนึกได้ว่าตัวเองเป็นคนมีความผิดติดตัว
ทำอย่างไรดี? หากหลงเทียนอวี้รู้เป้าหมายที่แท้จริงของนาง เขาจะจับนางกลับจวนหรือไม่?
ดวงตากลมโตกลิ้งกลอกไปมา สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางออก
ยื่นมือเข้าไปกอดแขนของเขาแน่น ก่อนจะเบะปากท่าทางรู้สึกผิด
“หม่อมฉันสำนึกผิดแล้วเพคะ แต่พระองค์ก็ไม่ควรขังห