นดังขึ้น
หลังจากชายชุดดำปรายตามองเขาครั้งหนึ่ง เขาก็ปล่อยมือของตงฟางสวีลง
จากนั้นคุณชายหน้าตางดงามคนหนึ่งพลันเดินเข้ามาปรากฏต่อหน้าเขา
อายุรุ่นราวคราวเดียวกับอาซิ่ว แต่เขากลับมีท่าทางสุขุมกว่ามาก ในที่สุดก็นึกขึ้นมาได้ว่าคุณชายคนนี้คือคนที่ท่านกัวพามาด้วย
เมื่อเห็นว่าไม่ใช่ศัตรู สายตาของตงฟางสวีจึงอ่อนโยนลง
แต่เมื่อครู่เขาพูดว่าอะไรนะ? ข่าวที่เขาต้องการมากที่สุด หรือคุณชายที่เพิ่งจะมาถึงที่นี่เพียงวันเดียวจะรู้ข่าวที่เขาตามหาเบาะแสมาตลอดครึ่งเดือน?
แต่คุณชายทำท่าทางเหมือนกำลังจะกลับไปอย่างไรอย่างนั้น เขาจึงต้องเอ่ยรั้งเอาไว้อย่างช่วยไม่ได้
“ที่แท้ก็หลานของท่านกัวนี่เอง ข้าเป็นคนหยาบกระด้าง เจ้าอย่าได้ถือสาข้าเลย”
หลินเมิ้งหยาแจ้งแก่ใจแล้วว่าตงฟางสวีคือคนที่รู้บุกรู้ถอย
ทั้งที่เมื่อครู่ยังถลึงตาโตใส่อยู่แท้ๆ แต่ตอนนี้กลับเอ่ยวาจาอ่อนน้อมเสมือนญาติมิตร
คำพูดที่หลินเมิ้งหยาตระเตรียมเอาไว้ต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด
คนอย่างตงฟางหาได้เหมือนคนอื่นไม่
“เถ้าแก่ตงฟางกล่าวเกินไปแล้ว เรื่องนี้พวกเราผิดเอง ตอนที่ข้ามาถึง ท่านออกไปข้างนอกพอดี ข้าจึงขอร้องอาฝูเพื่ออยู่รอสักครู่”
หลินเมิ้งหยาเป็นคนที่หากใครให้ความเกรงใจกับตนเองก่อน นางก็จะเคารพอีกฝ่ายด้วยเช่นเดียวกัน
ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นถึงผู้อาวุโสแต่กลับยอมลดทิฐิก่อน เช่นนั้นนางก็ไม่ควรบีบคั้นเขามากนัก
เห็นได้ชัดว่าตงฟางสวีรู้สึกดีกับเจ้าหนุ่มน้อยตรงห