ทว่าท่านกัวกลับส่ายหน้า ก่อนจะยื่นมือเข้ามาจับแขนของนางพลางกดเสียงต่ำ
“พวกเรากำลังโลดแล่นอยู่ในยุทธจักร อย่าได้ก่อศัตรูโดยไม่จำเป็น เชื่อข้า นำเงินให้พวกเขาไปเถิด”
ท่านกัวคิดอยู่เสมอว่าการทำธุรกิจควรมีความสมัครสมานสามัคคีกัน
แม้ชายหนุ่มคนนี้จะมีวิธีการเฉลียวฉลาด แต่เขายังเด็ก ซ้ำยังมีแรงอาฆาตอย่างแรงกล้า
หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่าสักวันคงต้องเสียเปรียบเป็นแน่
“แต่….”
หลินเมิ้งหยายังอยากเอ่ยอะไรอีกเล็กน้อย ทว่าท่านกัวกลับโบกมือห้าม
นางรู้จักพวกอันธพาลเหล่านี้ดี หากครั้งแรกทำสำเร็จดั่งใจ เช่นนั้นจะต้องมีครั้งที่สองอย่างแน่นอน
นางสามารถสะบัดก้นแล้วกลับไปเป็นชายาอวี้เหมือนก่อน แต่คนเหล่านี้จะต้องเจอเรื่องยุ่งยาก
เหตุที่ท่านกัวหักห้ามนางเอาไว้ นั่นก็เพราะเขาเป็นผู้นำขบวนพ่อค้าในคราวนี้ หลินเมิ้งหยาจึงทำเพียงเก็บซ่อนความคิดของตนเองเอาไว้แล้วรอดูสถานการณ์
เห็นได้ชัดว่าชายร่างอ้วนมั่นอกมั่นใจแล้วว่านางจะต้องเป็นของเขาอย่างแน่นอน
สายตามองขึ้นลงหลายครา ราวกับกำลังวัดขนาดเหยื่อของตนเอง
ความรังเกียจขยะแขยงยิ่งปะทุขึ้นในหัวใจของหลินเมิ้งหยา ทว่าใบหน้ายังคงนิ่งเฉย ในเมื่อท่านกัวเอ่ยปากด้วยตน