้างพลันเหลือกขึ้นฟ้า ก่อนจะสลบไป
แม้หลินเมิ้งหยายังระบายโทสะออกมาไม่หมด แต่นางรู้ตัวดีว่าตนเองไม่ควรหาเรื่องใส่ตัวมากไปกว่านี้
ปรายตามองชายคนนั้นอีกครั้ง ก่อนจะเดินไปทางท่านกัวแล้วทำท่าคารวะเพื่อขออภัย ทว่าท่านกัวกลับจับแขนของนางเอาไว้
“ท่านกัว เรื่องนี้ข้าเป็นคนก่อ ข้าจะรับผิดชอบเอง”
หลินเมิ้งหยาเอ่ยปากขออภัย ทว่าท่านกัวกลับเผยรอยยิ้มชื่นชม
“ทั้งกล้าหาญและวิธีการเยี่ยมยุทธ เจ้าเป็นคนยอดเยี่ยมยิ่งนัก หากแม้แต่ผู้หญิงของตนยังไม่อาจปกป้องเอาไว้ได้ เช่นนั้นจะนับว่าเป็นบุรุษได้อย่างไร ข้าชื่นชมเจ้านัก วางใจเถิด ก็แค่กลุ่มหลิวเย่ตัวกระจ้อยเท่านั้น คนแก่เช่นข้าเดินทางมาเจ็ดย่านน้ำ แต่ยังไม่เคยก้มหัวให้ผู้ใดมาก่อน ไปเถิด คนของพวกเรามากันครบแล้ว”
หลินเมิ้งหยารู้ได้ทันทีว่าตนเองได้รับความไว้วางใจจากท่านกัวแล้ว
จอมยุทธ์ในยุทธภพแบบพวกเขาล้วนแยกแยะบุญคุณและความแค้นออกจากกันอย่างชัดเจน การแสดงในช่วงเช้าของนางหาใช่การเสแสร้ง อีกทั้งยังมิได้มีท่าทางโอหังดั่งเช่นพวกผู้ดีมีเงินแต่อย่างใด ดังนั้นคนในขบวนพ่อค้าจึงรู้สึกดีต่อนาง
ยิ่งตอนนี้นางแสดงออกถึงความกล้าหาญ ทั้งยังกล้าได้กล้าเสีย พวกเขาจึงรู้สึก