หลินเมิ้งหยาจนคำพูด มือเล็กออกแรงหยิกคนที่ลอบหัวเราะอย่างหลงเทียนอวี้
หลังจากบรรยากาศรอบตัวทั้งคู่แปรเปลี่ยนเป็นอบอุ่น บุรุษที่มีเพียงใบหน้าเย็นชาดุจภูเขาน้ำแข็งเองก็หายไป
ซ้ำยังรู้จักวิธีแกล้งคนเสียด้วย
ยิ่งได้เห็นมุมปากที่ยกขึ้นเพราะหุบยิ้มไม่ทันของเขา หลินเมิ้งหยายิ่งรู้สึกขุ่นเคือง ริมฝีปากบางอ้าออกก่อนจะกัดแขนเขาเต็มแรง
แต่เพราะกล้ามเนื้อแขนของหลงเทียนอวี้แข็งแรงเกินไป นางจึงรู้สึกไม่ต่างจากการกัดหิน
เมื่อครู่นางกัดเสียเต็มแรง ความเจ็บปวดจึงทำให้ขอบตาของนางร้อนผ่าว
“อุบ...”
ปิดปากของตนเอง หยดน้ำตาพร่างพราว สายตาจ้องหลงเทียนอวี้ด้วยความโมโห
“เจ้า…เป็นอะไรหรือไม่?”
ก้มลงมองหญิงสาวในอ้อมกอดด้วยความสงสาร เขาฝึกวิทยายุทธ์มานานหลายปี แม้ผิวหนังจะไม่ได้กลายเป็นเหล็ก แต่ถึงกระนั้นกล้ามเนื้อก็อัดกันเป็นก้อน
ไม่รู้ว่าป่านนี้ฟันของนางเป็นเช่นไรบ้าง
“อ๊ดไอ๊อันอ่อมอั๊นอาเอยอ๊ะ! (ชดใช้ฟันหม่อมฉันมาเลยนะ!) ”
หลินเมิ้งหยายกมือขึ้นปิดปากพลางก่นด่าในใจ
ร่างกายของหลงเทียนอวี้ไร้ไขมัน ไม่ว่านางจะหยิกหรือกัดก็ไม่เป็นผล ดังนั้นนางจึงทำได้เพียงถลึงตาจ้องอีกฝ่ายที่พยายามกลั้นขำเอาไว้
“ฮึ อยากหัวเราะก็