เชิญเลยเพคะ หม่อมฉันหาใช่คนขี้น้อยใจไม่”
ในเมื่อลงมือไม่ได้ หลินเมิ้งหยาจึงใช้สายตาพิฆาตจ้องเขาแทน
ทว่าหลงเทียนอวี้กลับไม่หัวเราะเยาะนาง อีกทั้งยังไม่ต่อว่า อยู่ๆ เขาก็ยื่นริมฝีปากไปจุมพิตหน้าผากของนาง
“คราวหน้าอย่าใช้ฟันกัดข้า มันจะหักเอาได้”
จุมพิตนุ่มนวลอ่อนหวานทำให้หลินเมิ้งหยาชะงักงัน
แม้เขาจะใช้น้ำเสียงยั่วเย้ากับนาง แต่นางก็มิได้ตอบโต้เขากลับ
“ข้าไปก่อนล่ะ เจ้ารีบเข้านอนเถิด”
ลูบไล้เส้นผมสีดำขลับ แม้จะไม่อยากจาก แต่เขายังมีสิ่งให้ต้องทำ
“ช้าก่อน หม่อมฉันยังมีเรื่องอยากปรึกษาเพคะ”
ดึงสติกลับมา หลินเมิ้งหยาเพิ่งนึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้
รีบร้องเรียกเพื่อหยุดเขาเอาไว้ ก่อนจะกระซิบเสียงแผ่วเล่าเรื่องต้นหลงสิงให้เขาฟัง
“เจ้าหมายความว่าหากต้องการทำให้ร่างกายของเสด็จพ่อฟื้นฟูได้โดยเร็ว เช่นนั้นจะต้องไปขอของล้ำค่าจากเมืองหลินเทียนอย่างต้นหลงสิง? เช่นนั้นข้าเขียนฎีกาแล้วส่งทหารไปขอก็ได้แล้วมิใช่หรือ?”
เพียงได้ยินหลินเมิ้งหยาขอร้องเพื่อเดินทางไปยังเมืองหลินเทียน หลงเทียนอวี้รีบปฏิเสธทันที
เมืองหลินเทียนมีสัมพันธไมตรีอันดีกับต้าจิ้น ทั้งสองเมืองมักไปมาหาสู่เพื่อทำการค้ากันอยู่เสมอ
แต่หลินเมิ้งหยา