งนั้นหรือ?”
หลินเมิ้งหยากลับยิ้มพลางส่ายหน้า ความรู้สึกผิดหวังผุดขึ้นในใจ
บางทีชิวอวี้อาจเดาส่งๆ เพียงเท่านั้น อันที่จริงหาได้มีอะไรในกอไผ่
ส่วนคัมภีร์โบราณอาจเป็นเพียงความคิดเพ้อเจ้อของนางเท่านั้น
คิดไม่ถึงเลยว่านอกจากจะกลับจวนมาหาของไม่พบแล้วยังถูกคนจับกุมตัวเอาไว้อีก ตอนนี้นางไม่ต่างอะไรจากแกะที่รอวันถูกเชือด
รถม้าแล่นโคลงเคลง แต่เมื่อถึงทางแยกสองสาย รถม้าพลันหยุดกึก
หลินเมิ้งหยาแหวกผ้าม่านออก ก่อนจะเห็นเป็นเหล่าทหารหลวงวิ่งเข้ามาล้อมรถม้าถึงสามแถว
ภายนอกหน้าต่าง ดวงจันทราทอแสงริบหรี่ ทว่าหลินเมิ้งหยากลับเห็นเงาดำร่างหนึ่งปรากฏที่หน้ารถม้า
“ปล่อยนาง”
เสียงทุ้มต่ำชวนหลงใหลพลันดังขึ้น ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาเผยให้เห็นผ่านแสงจันทร์ทีละน้อย
เมื่อหลินเมิ้งหยาได้เห็นใบหน้าของเขา รอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้า
ใบหน้านวลงามแย้มยิ้มกว้าง ทว่ารอยยิ้มนี้มีไว้เพื่อชายคนนั้นเพียงผู้เดียว
“ข้ามารับเจ้ากลับบ้าน”
เขาทอดมองนางด้วยสายตาอ่อนโยน
ราวกับมีลมร้อนในฤดูวสันต์พัดผ่าน รอยยิ้มอบอุ่นของเขาค่อยๆ ทลายแผ่นน้ำแข็งเหนือผืนน้ำจนแตกร้าว
ทั้งสองสบตากันเนิ่นนาน ราวกับลืมเลือนการมีอยู่ของทหารหลวงเหล่านั้น
“เพคะ”
ตอ