ฉินแค่นหัวเราะเสียงเย็น แต่หัวใจของเขากำลังเกิดเพลิงพิโรธ
แม้พวกเขาจะเป็นคนของไท่จื่อ แต่ทุกสองปีทหารจะถูกผลัดเวรหนึ่งครั้ง
หากไม่มีตราพยัคฆ์ คนเหล่านี้จะกลายเป็นองครักษ์ประจำตัวของไท่จื่อ แต่เมื่อตราพยัคฆ์อยู่ในมือของหลงเทียนอวี้ เช่นนั้นพวกเขาจำต้องเคารพในอำนาจของชายตรงหน้า
แต่สิ่งที่ทำให้ป๋ายหลี่อู๋เฉินโกรธเกรี้ยวที่สุดก็คือแม้เขาจะทำงานกับหลงเทียนอวี้มาตลอดหลายปี เขากลับไม่เคยรู้เรื่องตราพยัคฆ์เลย
โทสะพลุ่งพล่านในใจ กระตุ้นให้โลหิตสีแดงฉานกระอักออกมา
“เจ้า…ท่านไม่เคยเชื่อใจข้า !”
ดวงตาวาวโรจน์ของป๋ายหลี่อู๋เฉินจ้องหลงเทียนอวี้ราวกับต้องการจะฉีกเขาเป็นชิ้นๆ
ทว่าหลงเทียนอวี้กลับไม่แม้แต่จะชายตามองเขา เขาเดินอ้อมตัวป๋ายหลี่อู๋เฉินไป
ก้าวเท้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าหลินเมิ้งหยา หลงเทียนอวี้ยื่นมือออกไป แม้ใบหน้าจะปรากฏเพียงรอยยิ้มที่มุมปาก แต่กลับทำให้สีสันของท้องฟ้าสว่างไสว
“มาเถิด ข้ามารับเจ้ากลับบ้านแล้ว”
มืองดงามราวกับหยกวางลงบนฝ่ามือหนาของเขา
หลินเมิ้งหยาก้าวลงจากรถม้า สายตาไม่เคลื่อนออกจากร่างของหลงเทียนอวี้แม้แต่น้อย
“เพคะ พวกเรากลับบ้านกันเถิด”
ภายในรถม้า หลินเมิ้งหยาหน้าแดงก่ำเพรา