ม่ใช่ที่ปรึกษากระจอกงอกง่อยอีกต่อไป
คาดว่าหัวใจของเขาคงเปี่ยมไปด้วยความแค้นและกลอุบาย ตำแหน่งขุนนางกลาโหมไม่มีทางสนองความพึงพอใจของเขาได้
ถึงอย่างไรตอนนี้ป๋ายหลี่อู๋เฉินก็เป็นหนึ่งในขุนนางแห่งราชสำนักเช่นเดียวกับท่านพี่
หากเขาตายเพราะเงื้อมมือของพี่ชายตอนนี้ เกรงว่าอนาคตของหลินหนานเซิงคงมืดมน
“ป๋ายหลี่อู๋เฉิน เจ้าและข้ามีความแค้นต่อกัน พวกเขามิได้เกี่ยวข้องด้วย วันนี้ข้าไม่มีวันยอมให้เจ้าพาเถียนมามาและพี่เถียนหนิงไปอย่างแน่นอน หากเจ้ายังไม่อยากตาย เช่นนั้นจงพาคนของเจ้าไปจากที่นี่เสีย”
มองพี่ชายที่กำลังโกรธเกรี้ยวของตนเอง หลินเมิ้งหยาจึงร้องตะโกนออกมา
ทว่าป๋ายหลี่อู๋เฉินกลับเหยียดยิ้ม นิ้วเรียวยาวสองนิ้วปัดปลายดาบของหลินหนานเซิงออก
“ฮ่า ฮ่า คุณหนูใหญ่สกุลหลิน ชายาอวี้ เจ้าช่างไร้เดียงสายิ่งนัก”
ความโหดเหี้ยมอำมหิตวาดอยู่บนดวงตาของป๋ายหลี่อู๋เฉิน
ราวกับต้องการจะหักแขนขาของหลินเมิ้งหยาจนขาดใจ เขาจึงจะพอใจ
“ไป? หลินเมิ้งหยา เจ้าและข้ายังมีหนี้แค้นที่ต้องชำระ แต่วันนี้ข้ามาเพื่อทำภารกิจของทางการ สองแม่ลูกสกุลเถียนต้องไปกับข้า มิเช่นนั้นเจ้าและพี่ชายของเจ้าจะโดนโทษฐานกบฏ !”
แม้วันนี้หลินเมิ้งหยา