ังวลของหลินเมิ้งหยา ชิวอวี้หลุดขำออกมา
ดูเหมือนการมาเยือนอย่างกะทันหันของเขาจะทำให้หลินเมิ้งหยาเข้าใจผิดเสียแล้ว ชิวอวี้หยักยิ้มก่อนจะส่ายหน้าพลางเอ่ยเสียงเบา
“เจ้าวางใจเถิด ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับฮ่องเต้ทั้งสิ้น เหตุที่ข้ามาก็เพราะ….”
ยังไม่ทันจะพูดจบ เสียงหนึ่งพลันดังขัดขึ้น
“มีเรื่องอะไร เหตุใดจึงไม่สะดวกเข้าไปคุยในห้องอ่านหนังสือ เมิ้งหยา เจ้าเองก็เข้ามาด้วยกันเถิด”
การปรากฏตัวของหลงเทียนอวี้ทำให้หลินเมิ้งหยาสะดุ้งเฮือก
รีบปล่อยแขนเสื้อของชิวอวี้เสมือนคนทำความผิดแล้วถูกจับได้
สายตาของหลงเทียนอวี้จ้องเขม็งไปทางชิวอวี้ ดวงตาเย็นชาดุจน้ำแข็ง ท่าทางเหมือนคนกำลังพยายามอดทนอดกลั้น
บรรยากาศคลุมเครืออึดอัดจนทำให้ผู้บริสุทธิ์อย่างชิวอวี้รู้สึกประหม่า
หลังจากกระแอมเล็กน้อย เขาถวายคำนับก่อนจะเดินขึ้นมาข้างหน้า
“ถวายพระพรท่านอ๋อง อันที่จริงกระหม่อมมาเพื่อปรึกษากับพระองค์เรื่องพระโอสถของฮ่องเต้พ่ะย่ะค่ะ”
ชิวอวี้รีบชี้แจงเหตุผลในการมาของตนเอง อันที่จริงเขาเคยพบเจอกับองค์ชายและพระชายาหลายพระองค์แล้ว
แต่อ๋องอวี้เป็นคนที่มีอำนาจและความน่าเกรงขามมากที่สุด
หากมิใช่เพราะวันนี้เขามีธุระต้องการปรึกษาหารือกับหลินเมิ้งหยา เกรงว่าเขาคงไม่กล้าแม้แต่จะย่างกรายเข้ามา ณ ที่แห่งนี้
ดูเหมือนเขาจะถูกหลงเทียนอวี้คาดโทษเข้าให้แล้ว
ซวยแล้วไงเล่า!
“อ้อ ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้”
ตอบสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หลงเทียนอวี้เ