“ข้างในนั้นคือสิ่งใด? เลือดคนหรือเจ้าคะ?”
หลินเมิ้งหยารู้สึกไม่อยากรับฟังความจริงที่อาจารย์กำลังจะบอกนาง
แต่เมื่อเห็นท่าทางของอาจารย์ นางรู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่ตนเองกำลังกังวลได้เกิดขึ้นแล้ว
พรสวรรค์และความบ้าคลั่งต่างกันเพียงเส้นคั่นบางๆ
ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าวิชาแพทย์พิษของป๋ายหลี่รุ่ยอยู่ในระดับปรมาจารย์
แต่ปรมาจารย์เช่นเขาในเวลานี้กลับดูอันตรายเหลือเกิน
มุมปากของหลินเมิ้งหยาหยักยิ้มขมขื่น เมื่อก่อนนางอยู่ข้างกายเขา อย่างน้อยนางก็ยังสามารถปลอบโยนท่านอาจารย์ได้
แต่ตอนนี้อาจารย์เสียสติไปแล้ว เขา…กลายเป็นคนไร้ประโยชน์
“เข้ามา”
หลินเมิ้งหยาค่อยๆ ขยับตัวออกจากห้อง สายตาเย็นชาขึ้นกว่าเดิม เดิมทีนางสั่งคนที่ดูแลท่านอาจารย์เอาไว้แล้วว่าอย่าปล่อยให้เขาทำเรื่องเช่นนี้
แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดท่านอาจารย์จึงเปลี่ยนไปเช่นนี้
“พระชายา ข้าน้อยมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ร่างหนึ่งพลันปรากฏบนทางเดิน
แม้จะก้มหน้าอยู่ แต่หลินเมิ้งหยาจำเสื้อผ้าของเขาได้ คนคนนี้คือคนที่นางฝากฝังให้ดูแลท่านอาจารย์
“ตกลงเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่? เหตุใดท่านอาจารย์จึงกลายเป็นเช่นนี้?”
น้ำเสียงของหลินเมิ้งหยาเจือความกระวนกระวายโดยไม่รู้ตัว
ก่อนนางเข้าวัง ท่านอาจารย์ยังคงปกติดี เวลาผ่านไปเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น อาจารย์กลับเป็นไปถึงขนาดนี้ ตกลงเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?
“คือ…”
ชายคนนั้นลังเล ขณะที่กำลังจะตอบ เสียงอ่อนโยนเสียงหนึ่งพลันดังข