ามาใกล้ ก่อนจะหยุดลง
กลิ่นหอมอ่อนๆ ของหลงเทียนอวี้ปะปนอยู่ในอากาศ
หลินเมิ้งหยาเงยหน้า ก่อนจะส่งยิ้มให้กับเขา ราวกับพวกเขาทั้งสองมีความเข้าใจซึ่งกันและกัน คนหนึ่งไม่ถาม อีกคนเองก็ไม่ตอบ
“หม่อมฉันถูกคนลึกลับช่วยเหลือเอาไว้ เขาไม่อยากเปิดเผยตัวตน ฉะนั้นหม่อมฉันจึงไม่อาจบอกได้ ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นในว่านหลิวถังเลขที่สิบสามเป็นฝีมือของหม่อมฉันเอง”
ราวกับรู้ว่าหลงเทียนอวี้อยากถามอะไร หลินเมิ้งหยาจึงเป็นฝ่ายอธิบายเรื่องราวทั้งหมด
หลงเทียนอวี้ผงกศีรษะลงเบาๆ แต่เพราะเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ ทั้งสองจึงไม่มีเรื่องให้สนทนากันอีก
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความเงียบ หลงเทียนอวี้รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย บางทีอาจเพราะศาลาแห่งนี้อบอุ่นมากเกินไป ฉะนั้นจึงส่งผลให้คนขี้เกียจกระทั่งจะสนทนา
“อาการประชวรของฮ่องเต้….น่าจะเกิดจากยาพิษ หม่อมฉันจะรีบปรุงยาถอนพิษถวาย แต่ช่วงนี้หม่อมฉันจะเป็นต้องเข้าออกวังหลวงบ่อยครั้ง ส่วนใครเป็นผู้วางยานั้น หม่อมฉันคิดว่าพระองค์อย่าเพิ่งทำอะไรบุ่มบ่ามจะดีกว่า เหตุเพราะดูเหมือนเรื่องนี้จะไม่ง่ายอย่างที่คิด”
คำพูดของหลินเมิ้งหยาล้วนเป็นสิ่งที่เขาอยากรู้
ทว่าตอนนี้สิ่งที่เขาอยากรู้มากที่สุดคือคำถามอื่น
“เจ้า…เป็นอย่างไรบ้าง?”
ตอนแรกคิดว่าหลงเทียนอวี้จะเอ่ยถามเรื่องอื่น แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะถามถึงตัวนางเอง
หลินเมิ้งหยาซ่อนมือข้างที่บาดเจ็บเอาไว้ทางด้านหลัง ก่อนจะหยักยิ้มอ่อนโยน
“หม่อมฉัน…ไ