ม่เป็นไรเพคะ”
รู้สึกขวยเขินเล็กน้อย หลินเมิ้งหยารู้สึกได้ถึงอาการแปลกประหลาดของหลงเทียนอวี้
“ขอบใจเจ้ามากที่ดูแลอาการประชวรของเสด็จพ่อ หากไม่ใช่เพราะเจ้า เกรงว่าเรื่องนี้คงถูกตรวจสอบไม่ได้ง่ายๆ อย่างแน่นอน”
นี่เขา…กำลังขอบคุณนาง?
หลินเมิ้งหยารู้สึกประหลาดใจมากขึ้น
เท่าที่นางรู้ หลงเทียนอวี้หาได้เอ่ยปากขอบคุณใครง่ายๆ
ใช่ว่าเขาไม่มีหัวใจ แต่เขามักจะเก็บซ่อนความรู้สึกของตัวเองเสมอ
ตกลงเขาเป็นอะไรกันแน่? ทั้งที่ไม่ได้เจอกันเพียงไม่กี่วัน แต่เหตุใดอุปนิสัยของเขาจึงเปลี่ยนไปเช่นนี้?
“ไม่เป็นไรเพคะ นี่คือสิ่งที่หม่อมฉันสมควรทำ”
เอื้อนเอ่ยด้วยท่าทางเกรงใจ ทั้งสองกลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง
ทั้งสองทำเพียงนั่งเงียบ บรรยากาศชวนอึดอัด แต่กลับน่าขบขันเล็กน้อย
“พรืด” หลินเมิ้งหยาอดทนไม่ไหว นางจึงหลุดขำออกมา จากนั้นบรรยากาศจึงแปรเปลี่ยนเป็นอบอุ่น
“เหตุใดพระองค์ต้องแสดงท่าทางเช่นนี้ด้วยเล่า ท่านหาใช่คนแบบนี้ไม่”
หลินเมิ้งหยาจับปอยผมขึ้นทัดหู ทว่าอีกมือกลับหดอยู่ในแขนเสื้อ
หางตาของหลงเทียนอวี้พลันสังเกตเห็นท่าทางผิดปกติของนาง มือหนารีบยื่นเข้าไปจับข้อมือของนางเอาไว้ หลินเมิ้งหยาร้องด้วยความตกใจ คิ้วขมวดเข้าหากันแน่น
“ใครทำ?”
เพียงพริบตาเดียว บรรยากาศอบอุ่นพลันแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา
หัวใจของหลินเมิ้งหยาเหมือนร่วงหล่นลงพื้น เหตุเพราะสายตาเย็นชาของเขากำลังทำให้นางเจ็บปวดใจ
“หม่อมฉันไม่ระวังตัวเองเพคะ แ